ทะเลสาปเทวดา-จิ่วไจ้โกว-หวงหลง (1)

ดองมานานเป็นเดือน ต้องเขียนบ้างแล้วล่ะ มีคนเริ่มบ่นมากมายแล้ว เหตุที่ชักช้ามาขนาดนี้ อันดับหนึ่งเป็นเพราะขี้เกียจ อันดับสองเวลาน้อย มีธุระต้องออกจากบ้านทุกอาทิตย์เลย แต่ตอนนี้เริ่มเคาะตัวขี้เกียจออกไปบ้างแล้ว จึงขอเริ่มเขียนบ้าง (จากประวัติที่ผ่านมา เขียนอะไรทำนองนี้จบแค่เรื่องแรก คือไปเที่ยวฮ่องกง ถัดมาไม่เคยเขียนจบ เขียนไปเขียนมา เว็บล่มบ้าง รูปหายบ้าง คราวนี้เริ่มต้นใหม่ เอาที่ wordpress รูปที่ฝากแปะไว้ไม่น่าจะหายไปอีกนะ)

เที่ยวนี้ไปกับกลุ่มนักถ่ายภาพที่เว็บ shutter ทำให้มีคนถามว่า “ถ่ายรูปมานานแค่ไหน” ก็เลยตอบแบบติดตลกไปว่า “ถ่ายมาหลายสิบปีแล้ว แต่ถ่ายแบบนักท่องเที่ยวนะ” แห๋มเราดูเหมือนมือโปรเหมือนกันนะเนี่ยะ แล้วที่ตอบไปไม่ใช่โม้นะ ถ่ายรูปมาตั้งแต่สมัยกล้องของพ่อ ที่ไม่รู้อะไรมากกว่าแม่บอกให้กด ก็กดถ่าย จนโตขึ้นมาหน่อย ถึงได้รู้ว่า มันต้องตั้งหน้ากล้อง โดยดูจากโปสเตอร์ร้านถ่ายรูปว่า ถ่ายกลางแดดต้องตั้งยังไง ใต้ต้นไม้ตั้งเท่าไหร่ ในร่มเท่าไหร่ เพราะกล้องสมัยก่อนไม่ค่อยจะมีที่วัดแสง และมารู้ทีหลังว่ากล้องของพ่อก็มีที่วัดแสง แต่ว่ามันเสียไปแล้ว พอมาวัยรุ่นอันนี้ได้ความรู้เพิ่มขึ้น จากพี่สาวเพราะเขาไปเรียนถ่ายรูปตอนอยู่มหาวิทยาลัย เราเลยได้จับกล้อง SLR ด้วย แต่ส่วนตัวได้กล้องสุดยอดของยุคนั้นมาช่วยเหลือให้มนุษยชาติจากภาพเบลอ ภาพมืด ภาพขาวไปหมด ด้วยระบบ “กดนี่สิอ้ายงั่ง” Push Here Stupid ใช้อยู่หลายปี จนเริ่มมีกล้องดิจิตอล กล้องแรกก็ G2 พับหน้าจอได้ด้วย ตัวล่าสุดก็คือ 550D ซื้อใหม่ๆ สดๆ ไม่ได้ถ่ายจริงๆ จังๆ แค่ลองถ่ายก่อนไปเที่ยวนี้ คงไม่ต้องพูดถึง เพราะหาฟังก์ชั่นแทบไม่เจอ ไปมั่วๆ ถ่ายมา สมกับเป็นมือสมัครตลอดชีวิตเลยนะเนี่ย

อุปกรณ์เที่ยวนี้ใหม่เกือบหมด ยกเว้น A710 ตัวเก่งที่ทำตกไม่รู้กี่รอบจนตัวถังบุบ ก็ยังถ่ายได้ 550D ตัวใหม่ ที่กะจะใช้นิคอนแต่มาติดตรงที่อยากได้วิดีโอ 1080p นี่ล่ะ แต่ว่าจนถึงตอนนี้ถ่ายที่ไรไม่เคยชัด ไม่รู้ว่าทำอะไรผิด!! HR16 กล้องวิดีโอที่เซลเธอขายเก่ง กล่อมจนเราควักตังค์ซื้อ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณภาพไม่ได้เรื่องเท่าไหร่ เหตุเพราะถ้าจะเอาได้เรื่องกว่านี้ มันจะแพง งานนี้เลยได้กล้องตัวแถม A495 มาอีกตัว สรุปแล้วแทบจะเรียกว่างานนี้ถ่ายด้วยกล้องที่ไม่คุ้นมือเลยสักนิด (เอากะเราสิ) พอดูรูปที่ตัวเองถ่าย แทบหงายท้อง เพราะมันไม่ชัด ซึ่งบางรูปก็รู้ว่ามันไม่ชัด แต่ขี้เกียจถ่ายซ้ำ บางภาพหาจุดโฟกัสไม่เจอ (น่าขายหน้ายิ่งนัก) แถมดูๆ ไปรายละเอียดก็ไม่ค่อยดี จนน้องชายมาขอดูรูป เลยเอาไปเปิดกับโปรเจ็คเตอร์ อ้ายภาพที่เห็นรายละเอียดไม่ค่อยดี ก็เห็นมากขึ้น มันก็ไม่เลวร้ายไปซะหมด น้องชายมันบอกว่า มอนิเตอร์เก่าแล้ว เปลี่ยนจอใหม่เถอะ เสียตังค์อีกเรา เลยเผ่นไปพันทิพ ได้จอ CR 3000 มาแทน CR 450 ตัวเก่า เสียไปเกือบหมื่น เนื่องจากเห็นป้ายมันบอกว่า รุ่นนี้มือโปรใช้กัน ก็เลยซื้อมาเพราะอยากเป็นมือโปรกะเขาบ้าง

ไปเที่ยวนี้ทำตัวเปรี้ยวแบบลืมตัว คุยเรื่องถ่ายภาพ คุยไปคุยมา คุณจ่างบอกว่าเดี๋ยวนี้ตั้งใจว่าจะไม่แต่งภาพ หรือถ้าซีเรียสจริงๆ ก็ต้องใช้เวลาแต่งภาพน้อยกว่าเวลาที่ออกทริป จึงจะถ่ายแต่ JPEG ส่วน raw ถ่ายเท่าที่จำเป็น แต่เราดันไปแนะนำผู้มากประสบการณ์เกี่ยวกับการถ่าย raw ว่า เดี๋ยวกล้องสามารถถ่ายภาพพร้อมกันได้ ก็ถ่ายพร้อมกัน อยากแต่ภาพไหนเราก็แต่งได้เลย พูดไปก็นึกขึ้นได้ เราไม่เจียมบอดี้เลย ฝีมือก็ห่วยทีสุดในกลุ่ม ความรู้เรื่องกล้องก็น้อย ยังมีหน้าไปแนะนำเขาอีก (ฮาไม่ค่อยจะออก)

เริ่มต้นที่สุวรรณภูมิ
เริ่มเดินทางแต่เช้ากับ Panda Holiday ที่สุวรรณภูมิ

ตรวจคนเข้าเมือง มีประกันเวลาด้วย

ตรวจคนเข้าเมือง มีประกันเวลาด้วย

ถ่ายหลังคาเล่นๆ

ตามปกติ ขาไปมักมีพลังเหลือเฟือ ถ่ายไปเรื่อย

เครื่องบินที่เราจะไปเมืองจีนกัน

ตื่นเต้นได้มาเที่ยวเมืองจีนด้วยล่ะ

ไปกับการบินไทย

ในที่สุดก็มาถึงเมืองเฉินตู มณฑลเสฉวน ลากกระเป๋ามาจัดการอุปกรณ์ที่ต้องการ เพราะว่าเราจะตรงไปดูหมีแพนด้าเลย เดินผ่านที่จอดรถ อ๊าก.. ที่ล็อกล้อเขาจริงจังน่าดู

ล็อคล้อที่สนามบินเมืองฉินตู

รถคันใหญ่ ทำให้โล่งโจ้ง นั่งสบาย เพราะรถระดับเกือบ 40 ที่นั่ง แต่ไปกัน 22 คน

ภายในรถบัส

เอ้าถ่ายรถเป็นที่ระลึกหน่อย (นักท่องเที่ยวก็งี้แหล่ะ)

รถบัสที่เฉินตู

ป้ายจลาจรตรงหน้าทางเข้าไปชมหมีแพนด้า

วงเวียนมีอนุเสาวรีย์ ตัวแทนหมีที่ตายหรือเปล่านะ

ทางเข้าสวนสัตว์ มีป้ายโลหะอะไรไม่รู้เต็มเลย iso 9001, iso 14001, Global 500 มันคือไรกันนะ

จากที่จอดรถบัส เดินข้ามถนนเข้าไป แล้วเราก็ใช้บริการรถไฟฟ้า พาไปดูหมีกัน

รถไฟฟ้าในบริการในสวนสัตว์

ตากล้องพวกนี้สู้กล้องด้วยนะ

ลงรถก็เตรียมอาวุธกันให้พร้อม แล้วเราก็เดินทางต่อไป (ไม่ถึงสักทีแฮะ) สักพัก เจอบ่อเลี้ยงแล้ว แต่แพนด้าหายไป!!

แพนด้าหายไป

นี่ก็ไม่มี แต่เหลือบไปเห็น มีลวดไฟฟ้า กันคนเข้าไป หรือกันหมีออกมากันหว่า?

ในห้องก็ไม่มี

กระทั่งในห้องเลี้ยงก็ไม่มี ไก๊ดก็บอกว่า บ่อนี้จะเลี้ยงลูแพนด้า คราวก็มีเต็มไปหมด แต่ตอนนี้ “หายไปไหนล่ะ” การเดินทางตามหาแพนด้าจึงเกิดขึ้น เอะมันอยู่แถวนี้หรือเปล่านะ

นั่นแน่ทำไรกัน

ในที่สุดก็เจอจนได้ ควักกล้องมาถ่าย ไหงกลายเป็นสีขาวดำ ถ่ายใหม่ ไหงสีตุ่นๆ แดง ตั้งไรผิดหว่า ในที่สุดเราก็ตั้งกล้องได้ถูกจนได้ แต่ไหงถ่ายอกมา ไม่เห็นจะชัดเลย ลืมไปว่าสัตว์มันไม่อยู่นึ่ง ควรจะดูความเร็วให้เร็วกว่านี้นิ ฮ่าๆๆ ถ่ายห่วยประจำเลย

ไม่ได้ตั้งใจถ่าย แบบว่าลองตั้งเล่นๆ แล้วลืมเปลี่ยนกลับ (ตามธรรมดาของมือสมัครเล่น) เลยได้ภาพแรกเป็นขาว-ดำ ฉลอง 550D ในเมืองจีน ฮ่าๆๆ

ถ่ายสัตว์ต้องตั้งไงหว่า ไม่รู้ ไม่ได้คิด เอามาก็ถ้ายเลย

เอ... ถ่ายไปถ่ายมา ไหงมันแดงเถือกอย่างนี้

เอ้าตั้งใหม่แล้ว

กลับมาถ่ายมุมกว้าง ให้เห็นว่ามีไรบ้าง

ได้ยินเสียง "อุ้ยน่ารัก" งะงมไปหมด ตอนที่อ้ายตัวทางซ้ายมันเอาคางเกยเสา

ขณะที่คนอื่นเขากำลังถ่ายแพนด้า เนื่องจากถ่ายแล้วไม่ได้ดีสักที เลยหาอะไรอย่างอื่นถ่ายแทนละกัน (เบื่อง่ายจังเลยเรา แทนที่จะเดินหามุมอื่นถ่าย)

ตู้โทรศัพท์ที่ไม่รู้ว่าใช้ได้จริง หรือเอามาตั้งโชว์

อาคารอนุบาลสัตว์วัยเยาว์ ตรงนี้ห้ามถ่ายรูปด้านในโดยเด็ดขาด มีเจ้าหน้าที่ออกมายืนคุมด้วย สงสัยเห็นกลุ่มนี้มีกล้องแทบทุกคน

ขออภัยที่คุณไม่สามารถเห็นแพนด้าได้ เพราะเขาเอาเข้ากรุ เอ้ยเข้าสถานอนุบาลอยู่

ทัวร์ดูแพนด้ายักษ์หมดแค่นี้ คราวนี้มาดูแพนด้าแดงกัน ที่จริงก็อยู่บริเวณเดียวกันนั่นแหล่ะ ไม่ได้เดินไปไหนไกล

ถ่ายไม่ชัดเลยสักภาพ

อ้ายตัวนี้นอนนิ่งได้ดีมาก เสียอย่างเดียว ไม่หันหน้ามาให้ถ่ายเลย

ต้นกล้วย อากาศแถบนี้ปลูกได้ด้วยหรือ?

ถ่ายรูปแล้ว ก็ถ่ายอย่างอื่นด้วย เห็นห้องน้ำ ก็ต้องเข้าสักหน่อย เขาว่าสะอาดนะ เข้าไปค่อนข้างมืด ก็น่าจะสะอาดอยู่ ถ้ากลิ่นไม่แรงขนาดนี้

ห้องน้ำดูแล้วก็พอไหว แต่กลิ่นแรงจริงๆ

อะไรก็ไม่รู้ ลองถ่ายมาโครดู ไม่ได้เรื่องอีกเช่นเคย

ลองถ่ายมาโครดู อยากได้โบเก้ ด้านหลังเบลอๆ เลยใส่ไป f/5.6 ได้เรื่องเลย ฉากหลังเบอลจริง แต่ตัวช่อผลไม้ ก็เบลอไปด้วย ที่จริงถ่ายเสร็จแล้ว มันต้องลองเซ็คดู แต่ว่าตาไม่ดี ดูจากกล้องมองไม่เห็น (เศร้า ถ้าครั้งต่อไปถ่ายใหม่ ก็ผิดอีกละ เพราะคงจะลืมว่าต้องตั้งยังไง) เจอนกยูง เดินข้ามทางเท้ามา รีบถ่าย ตอนกดถ่ายก็รู้ว่าตั้งโฟกัสผิด แต่งุ่มง่ามจะปรับใหม่ก็กลัวจะไม่ทัน ก็เสี่ยงถ่ายเผื่อได้รูปดีๆ แต่ก็เหลว ได้ภาพหญ้าชัดมาแทน ฮ่าๆๆ

ปล่อยนกยูงออกเดินแพ่นพล่านเลยรึ แต่เราก็ไม่กล้าเดินไปใกล้ กลัวโดนจิก

???

รอกรุ๊ปใหญ่สักพัก ก็เดินทางกลับด้วยรถไฟฟ้าแบบเดิม แต่เที่ยวนี้ขอลงก่อน เพราะทุกคนเห็นด้วยว่าควรจะถ่ายแพนด้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นรูปปั้น บางคนก็ถ่ายป้ายรูป(ลูก)แพนด้าใหญ่ๆ ฐานตอนดูของจริงไม่ให้เราถ่าย ก็เก็บรูปดอกไม้มาฝากอีกแล้ว

อุ้มแพนด้า

ถ่ายเสร็จก็เดินไปขึ้นรถ พลังเหลืออีกแล้ว ถ่ายอะไรเรื่อยเปื่อย

เขาทำเรียบร้อยดีแม้กระทั่วโคนต้นไม้

มาถึงที่จอดรถ แพนด้าที่หายไปจากกรง สงสัยมาอยู่แถวนี้นี่เอง

แพนด้าที่หายไป มาอยู่แถวนี้นี่เอง

ไกด์บอกว่า ถ้าจะซื้อตุ๊กตาแพนด้าแดง ให้ซื้อที่นี่ มีขายที่นี่ที่เดียว ที่อื่นที่จะไปไม่มีขาย แต่ว่าพึ่งมาที่แรก เลยไม่ค่อยมีคนอุดหนุน คงคิดว่าไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

ได้เวลาหม่ำข้าวกันแล้ว

หน้าทางเข้าภัตตาคารมีของขายตรึม

ก่อนจะลำเลียงสัมภาระ เราจำเป็นต้องปลดปล่อยสัมภาระที่ไม่ใช้แล้วซะหน่อย พร้อมทั้งเก็บภาพเป็นที่ระลึก ส่วนจะมีอะไรบ้าง รสชาติยังไง ลืมไปหมดแล้ว รู้แต่ว่าข้าวราดเป๋าฮื้อไม่เห็นอร่อยเลย

โถปัสสวะมีรูปหน้ากากด้วย

ห้องน้ำกลิ่นค่อนข้างแรง เปรียบเทียบก็ได้ประมาณห้องน้ำแถวๆ ปั๊มน้ำบ้านเรา ทั้งๆ ที่ดูดีนะ

ยี่ห้อไรหว่า? แต่ว่าไหงไปชัดที่แอร์ฟ่ะ

น้ำอัดลมของจีน ยี่ห้ออะไร เล็งอ่านเอาล่ะกัน ลิ้นไม่ค่อยดีไม่รู้ว่าต่างกับพวกโค้ก เป๊บซี่ยังไง รู้แต่ว่าไม่ค่อยซ่า พอกินได้ อาหารเจอข้าวราด เป๋าฮื้อไม่อร่อยเลยสักนิด ที่แน่ๆ คือข้าวมันไม่อร่อย แข็งๆ แย่กว่าข้าวเสาไห้บ้านเราอีก ทำเอาอ้ายที่ราดมาเลยไม่อร่อยไปด้วย ที่รู้สึกถูกปากคือปู เอาเป็นว่าไก่ยังไม่อร่อยเลยอ่ะ

หม่ำเสร็จ เดินทางไปดูการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก ที่ไก๊ด (ชื่อเชอรี่) บอกว่าให้ลองจับตาดูการเปลี่ยนหน้ากาก ถามว่าอยากรู้หรือเปล่าว่าเขาเปลี่ยนยังไง บลาๆๆ คนส่วนใหญ่ไม่สนใจ จะว่าไปแล้วทำไมคนเราต้องสนใจอะไรไปมากมาย ถ้ารู้แล้วดูจะสนุกหรือ ส่วนผมไม่สนใจหรอก ถ้าแสดงดีก็โอเค รู้แล้วจะเป็นไง ยังไงพวกนี้ก็ขึ้นกับการฝึกฝน ทางเข้าต้องลงเดินผ่านร้านค้า (แน่นอน ต้องทำแบบนี้ถึงจะถูกต้อง) ร้านค้าแถวนี้ไก๊ดบอกว่าห้ามต่อ หรือต่อได้ก็ได้ราคาเดิม เพราะทางรัฐบาลได้สั่งเอาไว้ให้ขายราคามาตราฐาน ไม่ใช่เผื่อต่อเหมือนที่อื่น ดูแต่ละอย่างค่อนข้างแพง อยากได้รูปวาด แต่ก็แพงสุดกำลังจะซื้อ

ทางเข้าไปดูการแสดงเปลี่ยนหน้ากาก

ถึงโรงละครแล้ว จากนี้ก็ไม่ได้ถ่าย เพราะคว้ากล้องวิดีโอมาถ่ายจนจบการแสดง นั่นก็ทำให้ลำบากในการจัดการให้เป็นแผ่น จนป่านนี้ยังไม่ได้ทำไรกับมันเลย แค่อ่านคู่มือก็มึนหัวไปหมดแล้ว ระหว่างการชมก็มีบริกาน้ำชาร้อนๆ พร้อมเมล็ดทานตะวันให้แทะเล่นด้วย การแสดงมีการเชิดหุ่น หุ่นสามารถหยิบจับสิ่งของได้ ใช้มือทำเป็นเงาสัตว์ต่างๆ ใช้ได้เลย มีเล่นเครื่องดนตรีจีน ซอมั๊ง กายกรรมเทิดตะเกียง (แบบถ้วย) ลอดม้านั่ง ปามีด (แบบตลก) มุกโอเคเลย แล้วสุดท้ายมาถึง (ที่ผ่านมาไม่ได้เขียนเรียงลำดับนะ) แสดงเปลี่ยนหน้ากาก มี 2 คน คือขายหนึ่งหญิงหนึ่ง ผมชอบนะครับ โดยเฉพาะหน้ากากออกแบบดี บางอันทันสมัยด้วย เหมือนหน้ากากฮีโร่ของอเมริกา (คงเอาใช้ต่างชาติ)

ได้เวลากลับไปพักผ่อนแล้ว ใช้บริการรถสามล้อดีไหม?

ถึงโรงแรม ระหว่างการชาร์ตแบตเลยคว้าเอากล้องมาถ่ายสักหน่อย ที่จริงอยากออกไปถ่าย้างนอกแต่มองออกไปนอกโรงแรมแล้ว ไม่เห็นมีไรให้ถ่ายเลย ถ่ายมันจากหน้าต่างห้องพักละกัน (แบบว่าขี้เกียจละสิ)

————————————————–

ตัวอย่างตอนต่อไป ต่อไป และต่อไป ทุกภาพทำ HDR เรียบร้อยแล้ว สีอาจจะไม่ดี เพราะว่าตอนถ่าย ตั้ง p-style มั่วชั่ว โดยคิดว่าจะมาลองเล่นตอนกลับมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรด้วยความขี้เกียจ เอาภาพ jpeg มาจัดการทำ HDR ทันที บางภาพเห็นขอบฟิลเตอร์ด้วย ก็รู้อยู่ว่าอาจจะเกิด ถ้าใส่ฟิลเตอร์ซ้อนกัน แต่ด้วยความคิดว่าที่ว่าคงไม่เป็นไร ก็เลยได้ไม่เป็นไรแบบนี้ มีคนถามว่าไม่ทำลายน้ำหรือ ก็บอกว่าทำไม่เป็น เอ้ย.. ม่ายช่าย บอกว่าฝีมือห่วยปานนี้จะกลัวคนเขาโขมยไปใช้ทำไมกัน ถึงทำก็ไปตัดออกได้อยู่ดี แถมถ้าทำมันทั้งภาพ ภาพที่แย่จะไม่แย่ขึ้น (หรือลงหว่า) ไปอีกหรือ






ข้อความนี้ถูกเขียนใน ท่องเที่ยว คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s