ต้องการเล่นเกม ไม่ต้องการดูหนัง

ได้อ่านการถกเถียงเรื่องเกมในตำนานสองตระกูลใหญ่ Final Fantasy และ Dragon Quest และสะดุดกับข้อความ ต้องการเล่นเกม ไม่ต้องการดูหนัง ที่เขาบอกว่ามาจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องกินทามะ ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า แต่ว่ามันน่าสนใจจะเขียนถึงดูสักหน่อย สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้สนใจวงการวิดีโอเกม ก็คงพอจะเดาได้ว่า ข้อความนี้หมายถึงเกมหลายๆ เกมในปัจจุบัน มักจะมีภาพยนต์แทรกอยู่ระหว่างการเล่น รวมทั้งแากเปิดเรื่อง และฉากจบ แต่หลายๆ คนไม่ต้องการที่จะดูภาพยนต์เหล่านี้ ต้องการเพียงแต่การเล่นเกม การที่ต้องถูกบังคับให้ดูภาพยนต์คั่นแบบนี้มันไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เลยเป็นที่มาของข้อความนี้

pong, game & watch, pacman and digdug
ย้อนกลับไปประวัติวิดีโอเกมสั้นๆ นะครับ เริ่มจากเกม pong ต่อมาเมื่ออุปกรณ์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์เจริญขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไมโครโปรเซสเซอร์ ทำให้เริ่มทำให้สร้างเกมซับซ้อนขึ้น จากโมโนโครม (สีเชิงเดี่ยว) มาเป็นหลายสี เกมที่โด่งดังมากๆ จนมีชื่อจนมาถึงทุกวันนี้อย่าง pacman และก็มีเกม digdug ที่ฮิตกันในหมู่เครื่อง PC เมื่อ IC เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ พร้อมกับกินไฟน้อยลง เกมและนาฬิกา game&watch ก็มีให้เราพกพาไปเล่นได้ทุกสถานที่ (ที่มีแสงนะ) แน่นอนว่าเกมพวกนี้ ไม่มีภาพยนต์เปิด/ปิดเรื่อง รวมถึงระหว่างทางด้วย เป็นเกมในอุดมคติที่มีไว้ให้เล่นไม่ใช่ให้ดู แต่เมื่อการเปิดตัวของ famicom ตัวเกมเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น มีฉากไตเติลเปิดเรื่อง ที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้คนเล่นเกมดู แต่เอาไว้เปิดเพื่อดึงดูดความสนใจต่างหาก จากตลับมาสู่ซีดี ดีวีดี และในที่สุดก็บลูเรย์ พื้นที่ข้อมูลมหาศาลที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้นักพัฒนาเกมสามารถหยิบอะไรบางอย่างใส่ลงไปเพิ่มขึ้นได้เช่น ภาพยนต์แทรก (cut in movie)

game_movie
เกมเริ่มวิวัฒนาการจากง่ายๆ ไปสู่เกมที่มีความสลับซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักพัฒนาเกมหลายๆ บริษัทเริ่มนำภาพเคลื่อนไหวง่ายๆ ตัวหนังสือบรรยายสภาพพื้นหลังของเกม การใช้เสียงบรรยายไปจนถึง ภาพยนต์ เพื่อให้คนเล่นเกมเข้าถึงบรรยกาศ ที่มีมากไปกว่าแค่กดปุ่มเล่นอย่างเดียว แต่เข้าใจเนื้อเรื่องจนอาจจะจินตการว่า ตัวเราเข้าไปอยู่ในเกมนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมสยองขวัญ หากแต่หลายๆ คนก็ไม่ต้องการ อยากบังคับตัวละครในเกมตั้งแต่เริ่มต้นเปิดเครื่องไปจนจบ ไม่ต้องการรับรู้ว่าเรื่องราวในเกมมันจะเป็นอย่างไร เหมือนกับเล่น pacman อยู่

ซึ่งแน่นอนว่า เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เป็นพวก casual game กับ เกมเก่าๆ (บางทีเอากลับมาทำใหม่ ก็ใส่ movie เพิ่มเข้าไปอีก) ขนาดพวกเกมกีฬาบางทียังมีฉากลงสนามให้เห็นกันเด้วย ดีไม่ดีดันมีรีเพลย์ให้นั่งดูเฉยๆ เสียอีก นั่นเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจกับการที่เล่นเกมมันอย่างเดียว เกมบางเกมยากมาก เล่นกันข้ามวันข้ามคืนกว่าจะจบ (เกมเก่าไม่มีเซฟ) พอจบปั๊บ ขึ้นเครดิตคนสร้างเกมขึ้นมาเฉยๆ จนมีคนเขียนเป็นการ์ตูนสั้น ทำนองว่าพรเอกมาจากต่างเดาว เครื่องบิน (หรือจานบิน) ตก ต้องมากปราบเหล่าร้ายในยุคป่าเถื่อน พอฆ่าบอสจบก็ขึ้น End อ้าวแล้วฉันจะได้กลับบ้านหรือเปล่า นั่นก็ทำให้การเล่นของพวกที่ชอบเล่นอย่างเดียวหดหาย แต่ว่าบางเกมมันมีแบบออนไลน์ให้เล่น จัดเป็นทีมเข้าไปสู้กัน ไม่ต้องมีอะไรมาคั่นให้เสียเวลา

สรุปว่าค่อนข้างจะเห็นใจคนที่รักที่จะเล่นเกมอย่างเดียว เพราะว่าหนทางมันแคบเสียจริงๆ แถมยุคนี้สื่อผสมมีเยอะ เช่นเกมดัง เขาก็ออกมาเป็นนิยาย หนัง การ์ตูน ของเล่น การที่ไม่มีเนื้อเรื่องมาตั้งแต่ต้นมันจะทำให้กระแสเกมไม่ดี หารายได้ทางอื่นลำบาก เกมประเภททุนสร้างมโหฬารบานตะไท ยังๆ ก็ต้องมีภาพยนต์ให้ดูกันอย่างแน่นอน ถ้าพวกคุณต่อต้าน ก็เสียใจด้วยที่ว่าคุณจะไม่ได้เล่นเกมเทพๆ อีกหลายร้อยเกม (บางทีน่าจะถึงพันเกมนะ)

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ทัศนะวิจารณ์ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s