ถกเถียงปัญหาเด็กติดเกมส์ใน pantip

วันที่ 12/8/2007
ที่ห้องการ์ตูนเฉลิมไทย

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom

อาการติดเกมส่งผลเด็กก้าวร้าว-ติดพนัน???
credit : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9500000091364

เผยข้อมูลเด็กติดเกมมีแนวโน้มส่งผลให้จิตใจก้าวร้าวและเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กมีความสนใจเล่นการพนัน ด้าน “หมอประกิต” เตรียมดันร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการพนัน ให้มีกฎหมายควบคุมสิ่งยั่วยุให้เกิดการพนัน

ในงานเสวนา “เยาวชนกับการพนันในสังคมไทย” จัดโดยแผนงานส่งเสริมชีวิตมั่นคง ปลอดอบายมุข ระยะที่ 1 มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานคณะกรรมการอำนวยการแผนงานส่งเสริมชีวิตมั่นคงฯ กล่าวว่า การรณรงค์ที่ผ่านมาใช้วิธีการสร้างภูมิต้านทาน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเข้าสู่การพนัน แต่พบว่าไม่เพียงพอ และยากที่จะเอาชนะปัญหาได้ เพราะสภาพแวดล้อมยังคงยั่วยุอยู่ ดังนั้น จะเสนอต่อภาครัฐในการประชุมยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการพนัน ที่มีนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันพรุ่งนี้ (6 ส.ค.) 3 ข้อ คือ ให้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายด้านการพนัน ให้มีร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการพนัน และให้มีกฎหมายควบคุมสิ่งยั่วยุให้เกิดการพนัน เช่น สิ่งพิมพ์ใบ้หวย และการประโคมข่าวแจ็กพอต ซึ่งในต่างประเทศมีการควบคุมเรื่องเหล่านี้แล้ว

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เป็นห่วงปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ เพราะปัจจุบันทุกเกมมีระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดไปสู่การพนัน และเป็นอันตรายมาก เพราะแม้ตัวเลขเด็กกระทำผิดจากสาเหตุการพนันโดยตรงมีไม่มาก แต่ก็เป็นผลพวงโดยอ้อม เพราะการพนันนำไปสู่การลักวิ่งชิงปล้นและยาเสพติด

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า ขณะนี้ภาวะเด็กติดเกมเป็นปัญหาอันดับ 1 ที่มาพบจิตแพทย์ และยังส่งผลให้เด็กติดการพนันและเรื่องเพศไปด้วย หลายกรณีรุนแรงถึงขั้นทำร้ายทุบตีพ่อแม่ เนื่องจากเกมส่วนใหญ่จะชี้นำไปสู่เรื่องเพศ วัตถุนิยม และความรุนแรง ทำให้เด็กมองเห็นความก้าวร้าวเป็นคำตอบในชีวิตจริง สังคมจึงต้องช่วยกันดูแลป้องกันไม่ให้เด็กติดเกม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กติดเกม เซ็กซ์ และอบายมุขทุกประเภทมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง ขาดวินัยในตัวเอง และเกิดจากโรคบางอย่าง เช่น โรคสมาธิสั้น และโรคการเรียนรู้บกพร่อง

ในการเสวนาครั้งนี้ เยาวชนใน 5 จังหวัดนำร่องปลอดอบายมุข ได้ร่วมกันทำกิจกรรมต่อต้านการพนันบริเวณฝั่งตรงข้ามสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เช่น ขูดต้นไม้ขอหวย ถือโปสเตอร์ประกาศไม่เอาหวยบนดิน และเล่นละครรณรงค์ปลอดการพนันด้วย

———————————————————————-

อ่านข่าวนี้แล้วคิดยังไงกันบ้างครับ

ส่วนตัวผม เอ่อออ…..ไม่ขอวิจารณ์ดีกว่า

เดี๋ยวจะโดนหาว่าก้าวร้าวผู้ใหญ่ – -”

แก้ไขเมื่อ 05 ส.ค. 50 23:00:53

จากคุณ : ImaJin – [ 5 ส.ค. 50 22:18:16 ]

——————————————————————————–

หน้าหลัก แจ้งลบ bookmark ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ โหวตกระทู้ เก็บเข้าคลังกระทู้ กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป

——————————————————————————–

ความคิดเห็นที่ 1

คนที่ไม่เคยเล่นเกมส์ ก็มองเกมส์ว่าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ แล้วก็มาแสดงความเห็นกัน

เขาเรียกว่า มัวแต่แสดงความเห็น แต่ไม่มีความรู้ในสิ่งที่ตัวแสดงความเห็น

จริงอยู่ที่ว่าภาวะเด็กติดเกมส์ เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข แต่จะบอกว่า เกมส์เป็นสาเหตุการเกิดการพนัน แล้วต้องมีกฏหมายกำจัดสิ่งยั่วยุให้เกิดการพนัน

แต่กลับไม่มีการพูดว่า ให้ยกเลิกหวย ที่เป็นตัวการพนัน

อย่างเช่นความคิดเห็นนี้

————-
ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เป็นห่วงปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ เพราะปัจจุบันทุกเกมมีระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดไปสู่การพนัน และเป็นอันตรายมาก เพราะแม้ตัวเลขเด็กกระทำผิดจากสาเหตุการพนันโดยตรงมีไม่มาก แต่ก็เป็นผลพวงโดยอ้อม เพราะการพนันนำไปสู่การลักวิ่งชิงปล้นและยาเสพติด
————-

ไอ้ที่ว่า ระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริงนั้น ไม่มีเกมส์ไหนในโลกเขาทำกันหรอกครับ มีเพียงแค่ว่า มีเกมส์บางเกมส์ ที่ต้องใช้แต้มในการซื้อของในเกมส์ ที่ต้องนำเงินจริงไปแลก (ซื้อบัตรเติมเงิน เติมพ๊อยท์ในเกมส์) ซึ่งมันก็เป็นสิ่งทีทางบริษัทให้บริการทำขึ้นมา เพื่อช่วยให้บริษัทนั้นๆ สามารถให้บริการต่อไปได้

พูดกันตรงๆก็คือ มันก็คือวิธีการทำธุรกิจแบบหนึ่งเท่านั้นเอง ที่ทางแต่ละบริษัททำขึ้น มันก็เหมือนกับคนที่เอาเงินไปซื้อ VCD หรือสื่อบันเทิงต่างๆ แล้วถามว่าซื้อมาดูเฉยๆ มันมีประโยชน์อะไรต่อการดำรงชีวิตไหม?

การซื้อของในเกมส์ ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต แต่มันก็คือความบันเทิงแบบหนึ่ง

วิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่การไปหยุดไม่ให้มีเกมส์ แต่คือการทำความเข้าใจกับเด็กและเยาวชน (แต่เกมส์ ก็ไม่ใช่มีแต่เด็กและเยาวชนที่เล่น) รวมไปถึงการหาวิธีแก้ไขปัญหาเด็กติดเกมส์ แต่ไม่ใช่ไป “แหกปาก” ว่า เกมส์คือสาเหตุแห่งการพนัน เกมส์เป็นเหตุให้เกิดการฉกชิงวิ่งราว จี้ปล้น ยาเสพติด

ผมเคยเห็นปัญหาการแฮกของในเกมส์บ้างก็มี

แต่ผมยังไม่เคยได้ยินว่ามีคดียาเสพติดที่ไหน จะมาเกี่ยวข้องกับเกมส์ออนไลน์เลย?

คนที่แสดงความคิดเห็นก็บอกเพียงแค่ว่า แม้ตัวเลขเด็กที่กระทำผิดจากสาเหตุการพนันจะมีไม่มาก แต่ก็เป็นผลพวงโดยอ้อม

การพูดลอยๆน่ะใครก็พูดได้ แต่จะมีหลักฐานยืนยันหรือเปล่ามันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ปัญหาสังคมปัจจุบันก็คือ คนที่ไม่รู้ แต่ชอบไปชี้ คนไม่รู้ความรู้ แต่บ้าแสดงความเห็น

แล้วก็ไปคิดแทนคนอื่นหมด ว่า ข้าเห็นว่าสิ่งนี้เป็นเหตุให้เกิดไอ้นี่ สิ่งนี้ทำให้เกิดไอ้นี่

แต่ถ้ามีคนไปถามว่า ท่านมีหลักฐาน หรือมีเหตุผลอะไรว่ามันจะเป็นอย่างนั้น

ก็คงจะมีคำตอบว่า ไม่รู้ แต่ข้าเห็นว่าเป็นอย่างนั้น

จากคุณ : p.p_upasmo – [ 5 ส.ค. 50 22:34:53 ]

ความคิดเห็นที่ 2

ผมว่าเขาพูดถูกนะ ก้าวร้าวนี่เป็นมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วไม่งั้นจะมีศัพท์คำว่าเกรียนเหรอ
ส่วนพนันนี่ผมก็ว่าเป็นไปได้นะ เพราะด้วยความที่อยากได้ไอเท็มนั้น ไอเท็มนี้ในเกม เรื่องแบบนี้มันหนีไม่พ้นหรอกครับ

จากคุณ : End of Love – [ 5 ส.ค. 50 22:35:16 ]

ความคิดเห็นที่ 3

อ่านข่าวนี้แล้วคิดยังไงกันบ้างครับ

^
^
^
คิดว่า…มันมาอีกแล้ว ทำไมพวกผู้ใหญ่ไม่รู้จักเอาสมองคิดซะมั่งนะ

ปล. ผู้ใหญ่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะนะครับ เพราะผมเชื่อว่าผู้ที่บรรลุนิติภาวะหลาย ๆ คนมีความคิดความอ่านที่ดี ในที่นี้ผมหมายถึงเหล่าบุคคลที่กุมอำนาจแล้วแก้ปัญหาโดยไม่เคยลงมาทำความรู้จักกับปัญหา สักแต่แก้ ๆ ๆ แก้ไม่ถูกจุด แล้วให้คนเค้าได้มาด่า

จากคุณ : ton_ck – [ 5 ส.ค. 50 22:42:30 ]

ความคิดเห็นที่ 4

เรื่องก้าวร้าวเป็นไปได้ครับ
ระบบจัดเรทและการควบคุมต่างๆ จึงต้องมี

แต่
“ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เป็นห่วงปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ เพราะปัจจุบันทุกเกมมีระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดไปสู่การพนัน และเป็นอันตรายมาก เพราะแม้ตัวเลขเด็กกระทำผิดจากสาเหตุการพนันโดยตรงมีไม่มาก แต่ก็เป็นผลพวงโดยอ้อม เพราะการพนันนำไปสู่การลักวิ่งชิงปล้นและยาเสพติด”

อันนี้มั่ว
ถ้าจะเทียบเรื่องขายเงิน อันนั้นมันนอกระบบพูดยาก
แต่เด็กๆ ที่เล่นส่วนมากถ้าขายก็ไม่ได้จริงจังมาก นะเท่าที่ผมดู

ไอ้พวกที่ขายกันจริงๆจังๆ น่ะพวกระดับมหาลัย ถึงทำงานแล้วซะมากกว่า

จากคุณ : xnone – [ 5 ส.ค. 50 22:48:28 ]

ความคิดเห็นที่ 5

การก้าวร้าวนี่เป็นมาก่อนจะติดเกมส์มากกว่าครับ
พื้นฐานทางครอบครัวเช่น การเลี้ยงดู การใช้ชีวิตประจำวันกับพ่อแม่ญาติพี่น้องมีส่วนมากกว่าเกมส์ครับผมเชื่อในเรื่องนี้ และพอมาติดเกมส์ ก็ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับจินตนาการอย่างเต็มที่
ส่วนในด้านการพนัน มันเกี่ยวกันไหมหว่า อย่างเช่นซื้ออาวุธเทพด้วยเงิน มันก็เป็นการซื้อขายกันน่ะนะ อาจจะซื้อของที่แฮคมา แต่มันเกี่ยวกับการพนันด้วยเรอะ ข้อนี้ไม่สามารถจริงๆ

อืมม ใช่ อย่าง คห.ที่ 6 ว่ามาก็มีส่วนเช่นกัน กระบวนการซึมซับ
โอ้วว คห. 8 เขียนได้โดนใจเข้าไปอีก นับถือๆ

แก้ไขเมื่อ 05 ส.ค. 50 23:23:00

แก้ไขเมื่อ 05 ส.ค. 50 23:20:13

จากคุณ : laonheart – [ 5 ส.ค. 50 22:55:21 ]

ความคิดเห็นที่ 6

ผมว่ามันเป็นหนึ่งในการซึมซับความก้าวร้าวครับ

เกมในประเทศไทยมีนับร้อยๆเกม แต่ไม่มีการควบคุมอย่างจริงจัง แน่นอนว่าเราไม่อาจจะเห็นผลได้ในระยะสั้นๆ แต่เป็นการปลูกฝังรากลึกไปได้ในอนาคต

ยกตัวอย่างแรกเลยเกม GTA ในต่างประเทศได้เรตให้เฉพาะผู้ใหญ่เล่น แต่ในเมืองไทยเด็ก 5-6 ขวบเล่นกันอย่างสนุกมือ แถมไม่ได้เล่นตามม mission ที่ให้มาหรอกนะครับ เล่นเอาสูตรมาใส่อาวุธมายิงใส่คนที่ท้องถนนไปมา ซึ่งมันคือการปลูกฝังความรุนแรงในตัวเด็กอย่างหนึ่งด้วย

จากคุณ : Heathen Chemistry – [ 5 ส.ค. 50 23:08:42 ]

ความคิดเห็นที่ 7

ผมว่ามันอยู่ที่สันดานเด็กมากกว่า ไม่ใช่ที่เกมหรอก..

จากคุณ : นอนเซนส์คุง – [ 5 ส.ค. 50 23:11:17 ]

ความคิดเห็นที่ 8

ครับเกมส์ การ์ตูน บทเพลง ภาพยนต์ รายการทีวีสารคดี เป็นต้นตอของปัญหาสังคมทั้งหมดทั้งปวง โทษมันเข้าไปมันคงจะแก้ปัญหาได้ละนะ ไม่คิดมั่งเหรอว่าปัญหาสังคมต่างๆมันมีต้นตอจากหลายสาเหตุสั่งสมกันมา เด็กไม่เล่นเกมไม่อ่านการ์ตูนแต่ถูกปล่อยปะละเลยให้ไปมั่วสุมกันตามสถานที่ต่างๆ พอมีปัญหาขึ้นมาก็ยกเอานู้นเอานี่มาอ้างผมว่ามันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่คนที่เป็นผู้ใหญ่มันควรจะทำนะ แล้วมันมีงานวิจัยการศึกษาอะไรมาบ้างหรือยังว่าการอ่านการ์ตูนมันทำให้เกิดปัญหาทางสังคมมากกว่าสื่อต่างๆหรือสภาพแวดล้อมเน่าๆที่เด็กๆเค้าต้องเผชิญอยู่ทุกวันเพราะว่าพวกคุณต้องการจะปัดปัญหาให้ไกลจากตัวเอง คิดจะทำอะไรซักอย่างมันก็ดีหรอกครับแต่ศึกษาถึงปัญหามันหน่อยไม่ใช่ นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ

จากคุณ : tunaz – [ 5 ส.ค. 50 23:18:01 ]

ความคิดเห็นที่ 9

ผู้ใหญ่ที่มีอำนาจหน้าที่อยู่ตอนนี้เค้าไม่รู้จักเกมส์ที่เราๆเลยอยู่ในตอนนี้
ว่ามันมีด้านบวกเหมือนกันนะ มิใช่เหมาเป็นด้านลบไปซะหมด
เซงจิต!

จากคุณ : aPPle_station – [ 5 ส.ค. 50 23:25:19 ]

ความคิดเห็นที่ 10

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เป็นห่วงปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ เพราะปัจจุบันทุกเกมมีระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดไปสู่การพนัน และเป็นอันตรายมาก เพราะแม้ตัวเลขเด็กกระทำผิดจากสาเหตุการพนันโดยตรงมีไม่มาก แต่ก็เป็นผลพวงโดยอ้อม เพราะการพนันนำไปสู่การลักวิ่งชิงปล้นและยาเสพติด
______________-

อ่านตรงนี้ก็รู้ว่า นายธวัชชัย คนนี้มั่ว ไม่รู้จริงแต่พูดเอาหน้า ระบบแต้มในเกมออนไลน์ ไปแลกเงินจริงในประเทศไทย มันไม่มี แถมบอกว่าทุกเกมอีกต่างหาก
เขามีแต่เอาเงินจริงไปแลกแต้มในเกม แทนการจ่ายค่าแอร์ไทม์(แม้บางเกมจะเก็บสองอย่าง แบบหน้าด้าน)

นี่แหละ คนทำงานที่ไม่รู้จักปัญหา ไม่เข้าใจเกม ไม่ทันข่าวสาร แต่ดันมาออกความเห็นผ่านสื่อ แถมสื่อบ้าจี้ไม่ตรวจสอบอีก ทำงานกันแบบนี้แหละ

จากคุณ : คนหนอคน – [ 5 ส.ค. 50 23:26:08 ]

ความคิดเห็นที่ 11

ก็แค่อยากเกาะกระแสอยากดังเท่านั้น

จากคุณ : DraGo – [ 5 ส.ค. 50 23:39:10 ]

ความคิดเห็นที่ 12

แหม ผู้ใหญ่หลายคนที่ติดพนันงอมแงมนี่ตอนเด็กๆคงติดเกมทั้งนั้นล่ะมั่ง เฮ้อ

จากคุณ : ปลายเทียน – [ 5 ส.ค. 50 23:49:32 ]

ความคิดเห็นที่ 13

Uguu~

จากคุณ : Evangelion00 – [ 5 ส.ค. 50 23:53:28 ]

ความคิดเห็นที่ 14

ที่ประทศไทยไม่เจริญซักทีเพราะมีแต่พวกไม่รู้จริงมาแก้ปัญหานี่เป็นตัวอย่างที่ดี ก็ได้แต่หวังว่าหลังจากหมดคนรุ่นนี้ไปคนรุ่นใหม่คงเห็นแบบเรียน

จากคุณ : bigcy – [ 6 ส.ค. 50 00:00:04 ]

ความคิดเห็นที่ 15

ก้าวร้าว คงมีบ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับพื้นฐานสังคม รอบๆตัวเด็กมากกว่า

ส่วนการพนัน sex ยาเสพติด นี่ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเล่นเกมเลยนะคะ

ลองถามสาวๆ ที่มีแฟนติดเกมจิ บ้าแต่เกมไม่สนใจหรอก sex อ่ะ

จากคุณ : น้องแกะย่าง – [ 6 ส.ค. 50 00:04:49 ]

ความคิดเห็นที่ 16

เอาเถอะ เบื่อแล้ว – –

เกมมันเป็น1ในหลายๆปัจจัย คนพูดก็พูดซะเป็นปัจจัยหลัก
มีแค่เด็กไทยเท่านั้นแหระครับ ที่เลิกเรียนปุ๊บวิ่งเข้าร้านเน็ตแล้วเล่นเกมยัน1ทุ่มแล้วกลับบ้าน
แล้วยังงี้เกมผิดรึสังคมผิด.

ออ. แล้วไอ้พวกวัยรุ่นติดเหล้าติดบุหรี่ ยกพวกตีกันเนี่ย ผมไม่เคยเห็นมันเล่นเกมอื่นนอกจากวินนิ่งเลย เล่นวินนิ่งแล้วก้าวร้าวด้วยมั้ยเนี่ย

จากคุณ : Aya+EVE – [ 6 ส.ค. 50 00:17:22 ]

ความคิดเห็นที่ 17

ก้าวร้าวนี่ น่าจะมีผลแหละครับ ดูจากความเกรียน ยิ่งเกมออนไลน์ ทำให้เด็กหนีสังคมจริงไปอยู่ในสังคมออนไลน์มากขึ้น การพัฒนาการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนจึงมีแนวโน้มจะแย่ลงได้ โดยเฉพาะช่วงเด็ก-วัยรุ่นที่อารมณ์รุนแรงและยังขาดวุฒิภาวะมากกว่าวัยผู้ใหญ่ (เป็นสถิตินะครับ โดยมาก)

แน่นอน ครอบครัวและการเลี้ยงดู มีผลมากกว่า แต่เพราะมีครอบครัวที่ปล่อยให้กล่องสี่เหลี่ยมเลี้ยงลูกกันมากขึ้นไงครับ ทางแก้ ก็น่าจะต้องจำกัดเรท และจำกัด ชม.การเล่นสำหรับเด็ก แต่ทางแก้ที่ยั่งยืน ขึ้นกับครอบครัวมากกว่าแน่

ส่วนพนันนี่ ไม่น่าจะเกี่ยวซักเท่าไร นอกจากเด็กมันซึมซับจากสื่อและสภาพแวดล้อมอื่นๆ มาเต็มที่ ก็คงห้ามมันไม่ได้

จากคุณ : AccBLue – [ 6 ส.ค. 50 00:49:36 ]

ความคิดเห็นที่ 18

ไปหาอ่านงานวิจัยบ้างซะนะครับ เขาวิจัยกันมาแล้วว่าสื่อที่รุนแรง ไม่ว่าเกม การ์ตูน หนัง ละครทีวี ฯลฯ มันมีผลเป็นปัจจัยรองและจะส่งผลเวลาที่โดนกดดันมากๆ เด็กที่ซึมซับความรุนแรงจากสื่อต่างๆ จะแสดงออกมาตอนที่ระเบิดอารมณ์ ไม่ใช่ว่าไม่มีผลเลย แต่ก็ไม่ได้ร้่ายแรงจนเป็นปัจจัยหลักเหมือนอย่างที่นสพ.ชอบลงข่าวเอามัน

แล้วคุณก็อย่าด่าเขาเอามันด้วยล่ะ เกมรุนแรงแบบ GTA บ้านเราให้เด็กประถมเล่นกัน เห็นแล้วก็อนาถใจ ไอ้ที่บ้าคลั่งไล่ยิงที่ตลาดไทน่ะ ก็ติดเกมนี้เหมือนกัน อย่าอ้างว่าตัวเองเล่นแล้วไม่เห็นไปไล่ยิงใครเลยครับ นั่นมันคุณคนเดียว ไม่ใช่คนทั้งโลก ต่อให้มีแค่คนคนเดียวคลั่งไล่ฆ่าคน เพราะการรับสื่อที่ไม่เหมาะสมและสะสมจนไปแสดงออกตอนคุมสติไม่ได้ มันก็มากเกินพอแล้วล่ะครับที่จะต้องเอาใจใส่ ไม่ใช่เอะอะก็โวยวายว่าทีตรูเล่นไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย จนลืมมองถึงปัญหาสังคมโดยรวม ว่าต้องมีการควบคุมอย่างเหมาะสมด้วย

ส่วนแต้มแลกเงินน่ะน่าจะหมายถึงซื้อขายเงินหรือของในเกมด้วยเงินจริงๆมากกว่า ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในระบบเกมจริงๆ แต่เด็กบ้านเราทำกันเป็นล่ำเป็นสัน เห็นคนรู้จักขาย id ตัวละครเก่งๆด้วยเ้งินเป็นหมื่นบาท คนซื้อนี่ก็เด็กนักเรียนทั้งนั้น เห็นแล้วก็อนาถใจ ว่ายังแบมือขอเงินพ่อแม่เป็นหมื่นเพื่อมาซื้อid เกมเนี่ยนะ มันก็ไม่ต่างจากพวกเอาเงินพ่อแม่ไปกินเหล้าเสพยา หรอก ดีกว่าตรงมันไม่ได้่ทำลายสุขภาพโดยตรงและไม่ได้ไปสร้างความวุ่นวายมากเท่าพวกเมาเหล้าเท่านั้นเอง

ไอ้ที่แย่ๆ น่ะไม่ต้องไปแข่งกันหรอก เหมือนบอกว่า ฉันแค่ขโมยของไม่ได้ฆ่าคนสักหน่อย แบบนี้ก็ไม่ไหว

ถ้าคุณเอาแต่มองในแง่ดี เพราะตัวเองเล่นอยู่ แต่ไม่สนใจที่จะมองในแง่ลบที่มีอยู่จริงและมันจะก่อปัญหาสังคมได้ มันก็ไม่ต่างจากพวกผู้ใหญ่ที่มองโลกด้านเดียวน่ะแหละครับ คือเอาประโยชน์ของตนเป็นใหญ่ ไม่สนใจสังคมโดยรวม

ป.ล.สนับสนุนการจัดเรท และการควบคุมระดับของสื่ออย่างเหมาะสม ดูตัวอย่างประเทศที่เจริญแล้วเขาไม่มีทางปล่อยเด็กเล็กๆ เล่นเกมเถื่อนๆ ดูการ์ตูนรุนแรง ดูละครโหดๆ แบบบ้านเราหรอกครับ บ้านเราปล่อยปละละเลยกันจนเคยชินมามากพอแล้ว
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 01:02:32

จากคุณ : ….4จุด – [ 6 ส.ค. 50 01:00:45 ]

ความคิดเห็นที่ 19

ผมว่าเรื่องติดเกมส์ก็เป็นปัญหาสังคมอย่างนึงจริงๆ นั่นแหละ
สำหรับบ้านที่ไม่มีปัญหา เด็กมีระเบียบวินัยก็ดีไป
แต่สำหรับเด็กอีกหลายคน ก็มีปัญหาพวกนี้ทั้งนั้น บางคนถึงกับลาออกโดยที่ที่บ้านไม่รู้

แล้วเรื่องแนวโน้มความรุนแรง เซ็กซ์เนี่ย ผมค่อนข้างเห็นด้วย
โดยเฉพาะเกมส์ออนไลน์ มีทั้งเด็กเล็ก และผู้ใหญ่เล่น
พวกเด็กเล็กซึมซับพฤติกรรมจากพวกผู้ใหญ่ผ่านทางนี้ได้ง่ายด้วย

อย่างน้อยๆ คนใกล้ตัวผมก็มีสามคนแล้วที่มีปัญหาเหล่านี้ หนึ่งในนั้นถึงขนาดต้องพบแพทย์เลย

ส่วนเรื่องการพนัน ยาเสพติดนี่คิดว่าเป็นส่วนน้อยครับ เรื่องยาเสพติดอย่างบุหรี่นี่น่าจะเห็นชัดสุด
(พฤติกรรมเลียนแบบ อะไรแบบนั้นน่ะครับ)

ผมทราบว่ามันเป็นเพียงปัจจัยหนึ่ง แต่ว่าการที่มีคนพูดถึง และเริ่มที่จะใส่ใจกับมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 05:46:21

แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 01:18:47

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 6 ส.ค. 50 01:17:17 ]

ความคิดเห็นที่ 20

แม้ทำไปได้…
เอาเป็นว่าถ้าเด็กยุคเกมออนไลน์นี้เป็นผู้ใหญ่ จำนวนคนขูดถูๆต้นไม้ขอหวยจะลดลงแล้วกัน…
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 02:06:04

แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 02:05:45

จากคุณ : ryuki – [ 6 ส.ค. 50 02:05:29 ]

ความคิดเห็นที่ 21

การพูดถึงและใส่ใจในปัญหาที่เกิดจากเกม เป็นเรื่องดีครับ

แต่ไม่ใช่ว่ามีอะไรก็โยนบาปไปที่เกม พอมีคนนึงโทษเกม คนอื่นๆก็ตามกระแสกันไป พอมีเหตุร้ายเกิด สาเหตุจากอะไรบ้างไม่ทราบ แต่ถ้ามีอะไรเกี่ยวข้องกับเกมแม้จะเล็กน้อย(อาจจะแค่พบว่าผู้ก่อเหตุชอบเล่นเกมหรืออะไรก็ตามที่โยงเข้าหาเกมได้) พาดหัวข่าวก็จะลงไปที่เกมทันที โดย’บางครั้ง’ไม่ได้ดูสาเหตุหลักอื่นๆเลย

และผมก็เห็นด้วยที่ว่า ไม่ว่าเกม การ์ตูน หนัง ละครทีวี ฯลฯ มันมีผลเป็นปัจจัยรองในด้านก่อให้เกิดความรุนแรง แต่แม้แต่ในบรรดาปัจจัยรองด้วยกัน เวลาเกิดปัญหา ทำไมส่วนมากบาปจะตกอยู่ที่ ‘เกม’ และ ‘การ์ตูน’ ซะส่วนใหญ่ ทั้งๆที่บางครั้งละครไทยหลายๆเรื่อง มีความรุนแรงมากกว่าเกมด้วยซ้ำ แต่ก็นะ รายได้ของสื่อก็มาจากวงการนี้ซะส่วนหนึ่ง ใครจะทุบหม้อข้าวตัวเองล่ะ

การมองสิ่งต่างๆในหลายๆด้าน เป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ทำไม ผม(แทบจะ)ไม่เคยเห็นพวก’ผู้ใหญ่เหล่านั้น’พูดถึงสิ่งที่เรียกว่าเกมในแง่ดีเลย??

จากคุณ : ImaJin – [ 6 ส.ค. 50 02:18:35 ]

ความคิดเห็นที่ 22

คห. 18 , คห. 19 พูดได้ดีครับ
และเห็นด้วยกับ คห. 21 ตรงที่สื่อมันจะชอบโยนความผิดมาให้เกม , การ์ตูนเสมอ

จากคุณ : End of Love – [ 6 ส.ค. 50 02:25:50 ]

ความคิดเห็นที่ 23

‘ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เป็นห่วงปัญหาเด็กติดเกมออนไลน์ เพราะปัจจุบันทุกเกมมีระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริง ซึ่งถือเป็นการต่อยอดไปสู่การพนัน และเป็นอันตรายมาก เพราะแม้ตัวเลขเด็กกระทำผิดจากสาเหตุการพนันโดยตรงมีไม่มาก แต่ก็เป็นผลพวงโดยอ้อม เพราะการพนันนำไปสู่การลักวิ่งชิงปล้นและยาเสพติด’

จากตรงนี้ ผมยังไม่เคยเห็นเกมออนไลน์เกมไหนมีระบบแบบนี้เลย

แต่อาจจะเป็นอย่างที่คุณ 4จุด บอกก็ได้ ว่าเค้าอาจจะหมายถึงการแลกเปลี่ยนซื้อขายไอเท็มในเกมเป็นเงินจริง แต่การพูดแบบคลุมเคลือแบบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่านายธวัชชัยคนนี้แทบไม่เคยเล่นเกมเลย

แต่ที่ผมจะบอกคือ ผมไม่แน่ใจว่าเค้ากำลังจะสื่อว่า เล่นเกมแล้วได้เงิน พอได้เงินก็ถือว่าเป็นการต่อยอดไปสู่การพนัน รึเปล่า??

ถ้าหมายความแบบนี้มันก็แปลกๆอยู่นะ มันเหมือนกับกำลังจะบอกว่าได้เงินมาก็ต้องเอาไปเล่นการพนัน ถ้างั้นวิธีการอื่นๆซึ่งทำให้ได้เงิน ก็คงนับเป็นการต่อยอดสู่การพนัน ถือเป็นสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดสินะ??

เฮ้อออออ…….

จากคุณ : ImaJin – [ 6 ส.ค. 50 02:33:35 ]

ความคิดเห็นที่ 24

ไม่รู้สิครับ สำหรับข่าวที่ว่ามานี้ ก็ไม่เห็นมีอะไรที่เค้าพูดว่า เกมส์เป็นต้นเหตุเพียงอย่างเดียวนี่ครับ
ขึ้นต้นมาเค้าก็เขียนบอกไว้แล้วว่า “เกมส์เป็นสาเหตุหนึ่ง”
แถมในข่าวนี้เค้าเน้นที่ปัญหา”ติดเกมส์” มากกว่า”ตัวเกมส์”นะผมว่า

ถึงคำพูดของคุณธวัชชัยจะไม่ถูกต้องนัก ตรงที่ว่าเกมส์มีการแลกเงินได้จริง
แต่คำพูดของพญ.อัมพร ก็มีเหตุผล และเป็นสิ่งที่ควรนำไปคิดนี่ครับ
ไม่น่าจะไปเหมารวมเอาว่า เค้าไม่รู้จริง เค้าไม่เล่นเกมส์แต่ทำเป็นรู้ดี

อย่างเรื่องที่ทุบตีพ่อแม่เนี่ย ไม่เคยเห็นนะครับ แต่ที่เคยเห็นก็คือ แม่ห้ามลูกไม่ให้เล่นเกมส์
ลูกก็เดินออกจากบ้านหน้าตาเฉยโดยที่แม่เค้าทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องไห้ครับ
และเด็กที่ติดเกมส์มาก จนต้องพาไปพบแพทย์เนี่ย ผมก็เห็นมาแล้ว
หรือเอาที่เป็นข่าวที่ทุกคนพอจะรู้หน่อย ก็อย่างเด็กที่เล่นเกมส์ไฟนอล(หรือเปล่าไม่แน่ใจ)
แล้วฆ่าตัวตาย เพราะคิดว่าจะฟื้นได้
ปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะเป็นปัญหาที่พญ.อัมพรพูดถึง
ซึ่งเค้าก็เน้นไปเรื่องของลักษณะในตัวเด็ก กับการติดเกมส์มากกว่าตัวเกมส์

และหลายครั้งเรื่องของผู้ใหญ่ที่มักพูดถึงปัญหาติดเกมส์
ก็จะเน้นไปทางเรื่องของการ”ติดเกมส์” มากกว่า “ตัวเกมส์”อยู่แล้ว
อย่างเมื่อก่อนที่มีการจะควบคุมอายุ และเวลาการเล่นเกมส์
ก็ไม่ค่อยมีใครพูดถึงตัวเกมส์ มีแต่พูดถึงปัญหาเด็กติดเกมส์
และเรื่องการซึมซับเอาพฤติกรรมในเกมส์มากกว่า

เรื่องสื่อ หรือข่าวที่พยายามชี้ความผิดไปที่ตัวเกมส์ อันนี้ก็มีเห็นบ่อยครับ
อย่างล่าสุดก็ตอนที่มีการยิงกราด แล้วเด็กคนนั้นเล่นเกมส์อะไรซักอย่างใช่มั้ยครับ
ตรงนี้น่าโดนด่ามากกว่าข่าวนี้ซะอีกนะครับ
เพราะอย่างน้อยคนในข่าวนี้เค้าก็ดูจะออกมาพูดด้วยความหวังดีมากกว่าโยนความผิดนะครับ
(อย่างน้อยผมก็รู้สึกแบบนั้นนะ : P)

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 6 ส.ค. 50 05:42:44 ]

ความคิดเห็นที่ 25

ขอสวนกระแสนิดหนึ่งว่า “การติดเกม” ทำให้ “เด็กมีอาการก้าวร้าว” จริงๆครับ เจอมากับตัว น้องคนนี้เป็นญาติของผมเอง

ไม่ทราบว่าแถวนี้ใครเคยดูคลิปวิดีโอเด็กเยอรมันอาละวาดใส่คอม ที่เรียกชื่อคลิปกันว่า “เกรียนอันเรียล” มั้ยครับ…. มันเป็นแบบนั้นเลยนะ
คือผมมักมีเหตุโดนเรียกให้ไปดูคอมของเจ้าหมอนี่อยู่เรื่อยๆ ลงเกมให้บ้าง ซ่อมคอมให้บ้าง หลายครั้งที่อาการมันแย่แบบว่า “ซ่อมไม่ได้” “เซฟเกมหาย” “ต้องลงใหม่” หรือบางทีก็แค่ “เสียเวลาลงนาน”
พอรอไปได้ซักครึ่งชั่วโมง เจ้าเด็กคนนี้จะมีอาการหงุดหงิดแบบประสาทแตกครับ แหกปากโวยวาย ตะโกนว่าจะเล่นแล้ว จะเล่นแล้ว (บางทีด่าผมที่กำลังซ่อมอยู่ด้วยซ้ำ) แล้วก็ทุบทำลายขว้างปาข้าวของรอบตัว ที่ตลกคือยังมีสติไม่ไปทุบคอม มันคงหวงคอมของมันมาก – -” (แต่เมาส์กับคีย์บอร์ดน่ะปลิวไปแล้ว)

น้องคนนี้ ยังไม่มีอาการที่เรียกว่า “ติดพนัน” ครับ คงเพราะยังค่อนข้างเด็ก แต่เท่าที่ผมพบ แกมีอาการที่ทุเรศกว่าติดพนันอีก…. ซึ่งผมไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นพฤติกรรมแบบนี้ในเด็กตัวสูงไม่ถึงศอกผม
นั่นคือ…. “การเอาเงินฟาดหัว”
อึ้งครับ ตอนโดนกับตัวครั้งแรกคิดว่าเป็นเรื่องล้อกันเล่น พอโดนบ่อยๆก็ชักเริ่มคิดว่า…. เฮ้ย นี่มันเอาจริงนี่หว่า
โทรมาตื๊อให้ไปซ่อมคอม ทั้งๆที่ผมไม่มีเวลาว่าง เพราะช่วงนี้เริ่มเรียนโทแล้ว ไม่ว่างเหมือนตอนพึ่งจบ พอบอกปฏิเสธไป ก็จะโดนโทรตื๊อหลายๆครั้ง จนวันนึง….ก็มีคำหนึ่งหลุดออกมาจากปากน้องเขา ตะคอกใส่ผมด้วยว่า

“ให้ พัน นึง! มา ซ่อม เกม ให้ -ตื๊ด- เดี๋ยว นี้!”
(ฟังแล้วหนาวสันหลังวาบเลย สั่งสอนมายังไงกัน……)

บางทีก็โทรมาจิกผมตอนกำลังเรียน จนเดี๋ยวนี้เวลาเรียนไม่กล้าเปิดมือถือเลย ไม่รู้ว่าแม่มัน(อาของผม) จะเอาเบอร์ผมให้มันไปทำไม….

เด็ก ป. 3 เองครับ น้องคนนี้… ผมเห็นแล้วเหนื่อยใจมาก เป็นเด็กติดเกมงอมแงม พ่อแม่ละเลย แถมตามใจจนเสียเด็ก นี่ก็ต้องโทษพ่อแม่ส่วนนึง ที่ปล่อยให้ลูกอยู่กับเกมจนอาการหนักขนาดนี้ แต่แน่นอนครับ ผมโทษเกมด้วย

ผมก็คนเล่นเกมนะ เล่นมาตั้งแต่เด็กๆ เกือบยี่สิบปีแล้วที่เกมเข้ามาในชีวิตผม
ยี่สิบปีนี้ผมเจอมาหมดแล้ว เล่นเกมโต้รุ่ง บ้าเกม ติดเกมงอมแงม เล่นเกมจนผลการเรียนตก โดดเรียนไปเล่นเกม
ยอมรับครับว่ามันมาจากความยับยั้งชั่งใจของตัวเอง ผมก็เสียเวลาในชีวิตไปโขเหมือนกัน กว่าจะดึงตัวเองออกมาจากตรงนั้น กว่าจะแก้ไขอะไรๆให้กลับไปเหมือนเดิมได้
ผู้ใหญ่ยังเกือบเอาตัวไม่รอดเลยครับ

แล้วเด็กล่ะ…. มันจะเหลือเหรอ

ยอมรับความจริงกันนิดนึง อย่าปฏิเสธท่าเดียวว่าเกมไม่ผิด

มันมีหลายปัจจัยที่ประกอบกัน ไม่ใช่เฉพาะเกม แต่เป็นคนรอบข้างด้วย สิ่งแวดล้อมด้วย คนขาย คนให้บริการเกมด้วย

คนขายสักแต่แนะนำเกมฆ่าฟันป่าเถื่อนให้เด็ก คิดแต่จะขายของท่าเดียว
มันปลูกฝังความรุนแรงได้จริงๆนะ กะอีแค่เรทเกม บ้านเรายังจัดเรทไม่ได้ก็เพราะพฤติกรรมคนขายมันเป็นซะแบบนี้แหละ

ส่วนเรื่องสื่อที่วิจารณ์ๆกัน
ผมคิดว่าหลายครั้งที่มีการ “โยนความผิดให้เกม” ซึ่งมันทุเรศไร้จรรยาบรรณมาก
แต่บางครั้งก็ไม่ใช่หรอกนะครับ ลองทำใจให้เป็นกลางนิดหนึ่ง
อย่าให้ความคิดว่า “มันจะแบนเกมเราแล้ว” มาบดบังสายตาของพวกคุณ
ผมเชื่อว่าท่านๆส่วนมากในนี้ ยังมีสายตาคมพอที่จะเห็นความเป็นจริงในข่าว เพียงแค่คุณเลือกที่จะมอง หรือไม่มอง แค่นั้นเอง

จากคุณ : Lethe – [ 6 ส.ค. 50 08:13:25 ]

ความคิดเห็นที่ 26

ดีแฮะ เล่นเกม ดูการ์ตูน ที่เป็นเรื่องแต่ง แล้วก้าวร้าว

แต่ดูละครหลังข่าวทีเ่ป็นคนจริง ตบกัน ด่ากัน แย่งผู้ชายแย่งผัว ฆ่ากัน ข่มขืนกัน นี่ไม่ก้าวร้าวแฮะ
ไม่ก็ไปอ่าง อาบอบนวด ไปบาร์ ไปเทค ดีกว่า ไม่ก้าวร้าว

ปะ ไปอ่างกันเหอะ…
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 09:22:01

จากคุณ : บูจัง – [ 6 ส.ค. 50 09:21:49 ]

ความคิดเห็นที่ 27

ก็จัดระเบียบมันซะทีสิครับ เอาแต่เสวนาแล้วจบไป เมืองนอกเค้าจัดเรทเกมส์กันมานานแล้ว เมืองไทยนี่ปล่อยปะละเลยมากๆผมเห็นเด็ก 8 ขวบ นั่งยิง sf แล้วล่ะเหี่ยใจ ผู้ประกอบการเองก็เห็นแก่เงิน ปล่อยให้เด็กมันเล่น จริงๆกั้นห้องแยกเล่นตามอายุก็ได้ ให้เกมส์ผู้ใหญ่เล่นมาอยู่เฉพาะไม่รวมกับเด้ก

จากคุณ : zombieman – [ 6 ส.ค. 50 09:29:38 ]

ความคิดเห็นที่ 28

ขอสวนกระแสด้วยคน

อันที่จริง ปัญหาหลัก มันไม่ได้อยู่ที่ติดเกมครับ
แต่ต้นตอมันมาจากคุณพ่อคุณแม่ ที่อาจจะไม่มีเวลาอยู่กับลูก หรืออยู่ก็จริงแต่ไม่เคยพูดคุยสั่งสอนลูก
ลูกก็เลยนั่งเล่นเกม จนท้ายที่สุด บางคนก็เลยติดเกมไปแบบไม่รู้ตัว

ในฐานะที่เคยติดเกมมาก่อน โดยส่วนตัว แม้ว่าผมจะเคยติดเกม
แต่เนื่องจากช่วงที่ติดสมัยก่อน เกมออนไลน์ยังไม่มี มีแต่เกมแฟมิคอมและเกมเพล ซึ่งสมัยนั้นร้านเกมก็ยังไม่แพร่หลาย และส่วนตัวชอบเล่นเกมพวกไฟนอล เลยเล่นคนเดียวอยู่กับบ้านมากกว่า เลยไม่เคยมีอาการหนีออกบ้าน อะไรทำนองนั้น ซึ่งก็ไม่แน่ว่า ถ้าผมเป็นเด็กที่ติดเกมในยุคนี้ ผมจะเป็นอย่างไร

ผมเห็นว่า เด็กๆสมัยนี้ เสี่ยงอย่างมากที่จะออกนอกลู่นอกทาง โดยเริ่มต้นจากการเล่นเกม
เพราะปัจจุบัน ในร้านเกมเราจะเห็นเด็กตั้งแต่วัยเกรียน ไปยันเด็กเล็กๆอายุ 7-8 ขวบ
ถ้าเล่น เพื่อความสนุกธรมดาชั่วครั้งชั่วคราวก็ไม่ว่า แต่ก็มีบางส่วนที่ติดเกม เล่นตั้งแต่บ่ายยันค่ำ ไม่กลับบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็มาขลุกอยู่ที่ร้านเกม ไม่เป็นอันทำอย่างอื่น

ในเมื่อเด็ก ขลุกตัวกันอยู่ในร้าน แถมยังติดต่อพูดคุยกับคนอื่นผ่านเกมออนไลน์ หรือ msn ได้อีก และคนในร้านกับคนในเกมทุกคน ก็อาจไม่ใช่คนดีทุกคน
มันจึงมีความเป็นไปได้ ที่เด็กจะเสียคน จากการติดเกม

“ทุกเกมมีระบบแต้มและนำไปแลกเป็นเงินได้จริง”
ตรงนี้ก็ถูกต้องแล้วครับ(ถูกต้องโดยความหมายภาพรวม)
แน่นอนว่า บริษัทให้บริการไม่ได้ทำระบบนี้เอง แต่เป็นคนเล่นต่างหากที่สร้างการแลกเปลี่ยนนี้ขึ้นมา
ขนาดเมื่อก่อน เล่นกันขำๆ ยังไม่มีระบบเติมเงินแบบปัจจุบัน ยังมีการขาย M กันในแรคเลย(ช่วงนั้นถ้าจำไม่ผิด M ละ300 บาทมั้ง)
และในเมื่อมีเรตแลกเปลี่ยน เด็กทำเงินจริงได้จากเงินในเกม แล้วทำไม การพนันในเกมมันจะเกิดขึ้นไม่ได้ล่ะครับ

ส่วนความก้าวร้าว มีกรณีศึกษาจากวัยรุ่นผิวดำที่อเมริกาอายุ 17 ปีคนหนึ่ง
ก่อเหตุฆ่าตำรวจตาย2คน โดยตอนแรกเจ้าตัวกำลังทำผิดอยู่(รู้สึกจะงัดรถอยู่) แล้วตำรวจมาเห็น จึงพยายามควบคุมตัว
เด็กคนนี้แย่งปืนจากตำรวจที่เข้ามาควบคุม แล้วยิงจนเสียชีวิต ขณะเดียวกันมีตำรวจอีกคนเดินเข้ามาพบ เด็กคนนี้ก็เป่าดับไปอีก 1 ราย ก่อนจะหนี และถูกจับตัวได้
เมื่อสืบประวัติ พบว่าเด็กคนนี้ ชอบเล่น GTA มาก
จริงอยู่ แม้ว่าจะเคยมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เกี่ยวกับข้อฟ้องร้องบริษัทเกม กรณีทำให้เด็กก้าวร้าว ซึ่งบอกประมาณว่า “ความก้าวร้าวของเด็ก เป็นปัจจัยส่วนบุคคล ไม่อาจกล่าวโทษว่ามาจากเกมได้โดยตรง”
แต่พฤติกรรมที่มีความชำนาญ งัดรถ แย่งปืน ยิงตำรวจ คงไม่มีใครปฏิเสธได้เต็มปากว่า มันไม่เกี่ยวกับเกมที่เขาเล่น

การร่าง พรบ.ในที่นี้ ก็เหมือนการกำหนดกรอบ เหมือนกำหนดบทลงโทษสำหรับการฆ่าคน ไม่ใช่ในทุกคนจะลุกขึ้นมาฆ่าคน แต่เพราะมีคนบางคนที่ฆ่าคน ถึงต้องมีกฏหมาย
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ไม่สามารถอบรมลูกให้เท่าทันเทคโนโลยีได้
การออก พรบ.ควบคุม จึงเป็นเรื่องที่ดี และผมก็เห็นด้วยครับ

http://en.wikipedia.org/wiki/Game_addiction
http://www.physorg.com/news7168.html

จากคุณ : na_dol – [ 6 ส.ค. 50 09:38:48 ]

ความคิดเห็นที่ 29

เกมออนไลน์ – การพนัน
เกมคอนโซล – ความก้าวร้าว
แยกประเภทแล้วจะดูง่ายขึ้นกว่าเหมารวมๆ ต่อไปคือ..เขาจะหาทางแก้ปัญหายังไง

จากคุณ : GrooVe_(t -_-)t – [ 6 ส.ค. 50 09:53:53 ]

ความคิดเห็นที่ 30

อย่าไปด่าเขาเลยครับเดี๋ยวนี้ต้องพูดว่า

เยี่ยมครับท่าน ถูกตองครับนาย ทำถูกแล้วครับท่าน

ไม่ต้องไปดูไกลเลยครับ คนที่ไม่รู้แต่สใส่เกือกมาชี้นี่ก็เกรียนเหมือนกัน อย่าง หมอประกิต นี่น่ะ

จากคุณ : devil amature2 – [ 6 ส.ค. 50 11:05:47 A:125.24.213.37 X: TicketID:139465 ]

ความคิดเห็นที่ 31

พวกผู้ใหญ่ติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดหญิง เนี่ยหาทางแก้ได้ยัง?

จากคุณ : อาว์เอ็ด – [ 6 ส.ค. 50 11:14:45 ]

ความคิดเห็นที่ 32

ก็แบบเดิมล่ะครับ จำกัดเวลาการเล่น แต่ต้องมีเทคนิคเรื่องเวลาสักหน่อย
ไอดีเด็กให้เล่นได้ถึงสามทุ่ม เวลาที่เหลืออีกชั่วโมงจะได้ทำการบ้านแล้วนอนสี่ทุ่ม ถ้าเด็กขโมยไอดีผู้ใหญ่เล่น ก็ต้องรบกวนผู้ให้บริการให้เสียสละ แบนช่วงเวลาเล่นเกมสักชั่วโมง ช่วงสามทุ่มถึงสี่ทุ่มปิดเซพเวอร์ เพื่อให้เด็กได้ลุกออกจากคอมฯ ไปนอน ถ้าอดนอน ไม่ทำการบ้าน แล้วการเรียนจะตกต่ำ สอบก็ไม่ผ่าน ถ้าจะมัวไปโทษพ่อแม่ที่แสนดีคอยให้ท้ายลูกเสมอ คงจะไม่ทันการ ถ้าไม่รีบทำ จะช้าเกินไปเด็กจะโตเป็นผู้ใหญ่ไม่มีคุณภาพ เข้าสังคมจริงกับคนอื่นเขาไม่ได้ นี่ก็ผ่านมาหลายปีเด็กก็โตเป็นผู้ใหญ่กี่ล้านคนแล้ว ยังหาทางให้เด็กลุกจากโต๊ะคอมฯง่ายๆไม่ได้เลยหรือ

จากคุณ : archase – [ 6 ส.ค. 50 11:25:16 ]

ความคิดเห็นที่ 33

ผมก็คิดอยู่ว่าสมัยก่อนมันไม่มีการ์ตูนกับเกมทำไมมันถึงมีสงครามโลกหรือการบ่อนการพนันได้?

ถ้าเทียบกันแล้วสมัยนี้ทั้งสองเรื่องมันลดลงจากสมัยก่อนมากด้วยซ้ำ

จากคุณ : Red Aegis – [ 6 ส.ค. 50 12:15:47 ]

ความคิดเห็นที่ 34

เคยมีคนถามเรื่องนี้ในห้องหว้ากอแล้ว

มันก็มีผลจริงๆนั่นแหละถ้าจะเอาตามงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

อันนี้ไม่ใช่ความผิดของตัวเกม หรือ ว่าคนผลิตเกม แต่มันก็มีผลจริงๆ

อย่างถ้าเป็นอเมริกา เค้าจะให้ เรต M ถ้าเห็นว่าเป็นเกมที่รอให้โตแล้วค่อยเล่น

เมืองไทยยังไม่มีระบบนี้

ทางแก้คือ
1.ให้มีการจัดเรต ระบบของเกม
2.ใช้เรต ผู้ปกครอง เวลาพ่อแม่จะซื้อเกมให้ลูกก็ลองเปิดเล่นดูที่ร้านก่อนเลย ว่าเป็นยังไง ใช้ดุลพินิจของตัวเองเอา แต่วิธีนี้ำทำได้ยากหน่อย เพราะอย่างเกมที่เป็นเกมออนไลน์ ที่เด็กไปเล่นที่ร้านเนต พ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าเนื้อหาเป็นยังไง

จากคุณ : Oak – [ 6 ส.ค. 50 12:41:34 A:58.136.98.58 X: TicketID:062405 ]

ความคิดเห็นที่ 35

เห็นข่าวแบบนี้บ่อยจนเรียกว่าชินแล้วล่ะนะ ในเมื่อเรื่องนี้เกิดจากการที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่เข้าใจ เรากลับสงสัยว่า “จะไม่มีสักคนเลยเหรอ ที่อ่านการ์ตูน เล่นเกมส์ หรืออะไรที่เป็นอย่างพวกเราในนี้ ได้เป็นคนใหญ่คนโตในนั้นกันบ้าง อย่างน้อยเค้าน่าที่จะช่วยอะไรได้บ้างนะ”

จะไม่มีสักคนเลยเหรอ??

จากคุณ : vanishgirl – [ 6 ส.ค. 50 13:04:05 ]

ความคิดเห็นที่ 36

เคยทำงานอยู่ร้านเกมส์ครับแล้วกล้ายืนยันเลยว่าเกมส์ทำให้คนก้าวร้าวได้จริง แต่ว่าพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นจะคงทนหรือไม่อันนี้ไม่ทราบเพราะไม่ได้ไปตามเหมือนกันว่าเด็กที่เห็นเมื่อวันนั้นทุกวันนี้มันยังก้าวร้าวอยู่หรือป่าว หรือแค่เลิกเล่นก็เลิกก้าวร้าว

ส่วนการพนันมันก็มีจริงๆครับ อย่างวินนิ่งเนี่ย พวกเสี่ยเลี้ยงเกมเมอร์ไปโค่นเด็กเสี่ยอีกคนนึงกินเงินกัน เรียกว่าเมื่อก่อนเลี้ยงนักมวย(อย่างหนังเรื่ององค์บากอ่ะ) เดี๋ยวนี้เลี้ยงเกมเมอร์ โอ้โลกมันพัฒนา บางทีเล่นกันไม่กี่นาทีกินเงินเป็นแสนก็มี พวกเกมเมอร์นั่งเล่นกันเหงื่อออกมือเลย เกมเมอร์บางคนเล่นเก่งมากแต่ทนกดดันไม่ไหวต้องหนีจากพวกเสี่ยพวกนี้ก็มี นี่คือความจริงที่หลายคนอาจไม่รู้ “เล่นเกมส์กินเงินมันมีจริงๆ” “และมีมาตั้งนานแสนนานแล้วด้วย”

ส่วนเรื่อง SEX เนี่ยผมมองไม่ออกแฮะ ว่าไปเกี่ยวกันยังไง เกมแนว H มันก็หาไม่ได้ง่ายๆ แล้วมันจะสนุกหรอ ผมไม่เคยเล่นแฮะ และก็ไม่เคยเห็นใครเล่นด้วย อันนี้งดออกความคิดเห็น แต่ถ้าจะให้ออกผมว่าไม่น่าจะเกี่ยวกัน

Edit เพิ่มนิดนึงว่า ผมว่าเกมมันไม่ได้ทำให้คนเราติดพนันหรอก อย่างผมเล่นเกมเยอะแต่ก็ไม่ชอบเล่นพนันเลย เล่นไม่เป็นไม่สนุกด้วย แต่ที่บอกว่ามีการพนันเข้ามาเกี่ยวคือคนที่เค้าพนันไม่ได้เล่นเกมเองแต่จ้างคนเล่นเกมเก่งมาเล่นให้ นั่นหมายความว่าเกมตกเป็นเครื่องมือใช้เล่นการพนัน ไม่ใช่ส่งเสริมให้คนเล่นชอบเล่นพนันนะคร้าบ
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 13:37:15

จากคุณ : Disorder – [ 6 ส.ค. 50 13:26:58 ]

ความคิดเห็นที่ 37

แล้วไอ้พวกผู้ใหญ่ที่ติดการพนัน ฆ่าข่มขืน เอาลูกเลี้ยง กระทืบลูกตัวเอง
คอรับชั่น ทำตัวชั่วๆ ในสังคมที่เห็นได้ตามข่าว นสพ. ทุกวันนี้ ตอนเด็กๆมันติดเกมส์กันหรือเปล่าครับ ????

จากคุณ : Desolation Angel – [ 6 ส.ค. 50 13:38:46 ]

ความคิดเห็นที่ 38

#35 เค้าก็ไม่ได้พูดถึงขนาดนั้นนี่ครับ
ในข่าวนี้เค้าแค่บอกว่าการ”ติดเกมส์”เป็นสาเหตุหนึ่งเท่านั้นเอง
แถมหัวข้อเสวนาในวันนั้นหลักๆ ก็ไม่เกี่ยวกับเกมส์
ปัญหาติดเกมส์เป็นประเด็นนึงในวันละมั้งครับ
อย่างนพ.ประกิต ก็ไม่ได้ให้ความเห็นในเรื่องของเกมนะครับ

และผมเข้าใจว่าโดยทั่วไปเค้าก็หมายถึงเด็กที่”ติดเกมส์”ที่เป็นปัญหา
ส่วนเด็กที่เล่นเกมส์ทั่วไป แต่ไม่”ติด”จนเป็นปัญหาเค้าก็ไม่ได้เอามาเกี่ยวข้องนะครับ
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่นอธิบายกันตลอดว่า “ผมพูดเฉพาะเด็กที่มีปัญหานะ ฯลฯ”
เพราะงั้นคนที่ไม่”ติดเกมจนเป็นปัญหา” ก็อย่าเพิ่งเป็นเดือดเป็นร้อนเลยครับ

ผมเองก็เห็นคนที่ออกมาโวยวายจนเบื่อแล้วล่ะครับ
พอเค้าพูดถึงเกมเข้าก็ไม่สนใจเลยว่าเค้าจะพูดว่าอะไร
ตั้งป้อมหาเค้าว่าเกมส์ไม่ดีไปซะหมด
แต่ไม่มองว่าเค้าเองเจอปัญหาตรงนี้จริงๆ อย่างจิตแพทย์
แม้ไม่เล่นเกมส์ แต่ก็เจอปัญหาเด็กติดเกมส์บ่อย
คุณครูเองก็ไม่ได้เล่นเกมส์ แต่ก็เจอปัญหาเด็กติดเกมส์จนผลการเรียนตกเช่นกัน
และคนที่เจอปัญหามากที่สุด ก็น่าจะเป็นพ่อแม่นะครับ
(แต่อาจจะมีพ่อแม่บางกลุ่มได้ประโยชน์จากลูกติดเกมส์
เพราะไม่ต้องนั่งเลี้ยงลูกในตอนกลางวัน – -‘)

ผมเห็นด้วยกับหลายคนข้างบนครับในเรื่องที่ว่า พ่อแม่มีส่วนสำคัญมากๆ
ถ้าเค้าดูแลดี ให้เด็กที่เล่นมีระเบียบวินัย ปัญหาติดเกมส์ ก็จะไม่มี
แต่ถ้าพูดจริงๆ แล้วจะไล่รากเหง้าของปัญหา มันคงยาวมากๆ
เพราะพ่อแม่ก็จะไม่มีเวลา ต้องทำงานตลอด ต้องออกจากบ้านเช้า
ต้องกลับบ้านดึก จะไปรับไปส่งลูกก็ไม่มีเวลา
เพราะรถติด เศรษฐกิจไม่ดี ฯลฯ
ถ้าจะไปแก้ปัญหาตั้งแต่เหตุจริงๆ เลย ก็จะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะครับเนี่ย?

ดังนั้น ในตอนนี้บางทีการ”ควบคุมอย่างเหมาะสม”
ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีทางนึงนะครับ
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 13:46:58

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 6 ส.ค. 50 13:45:34 ]

ความคิดเห็นที่ 39

เห็นด้วยกับคุณคนที่ 19 อย่างแรงครับ

ผมเบือเหลือเกินเวลาที่มีคนมาตำหนิเกม พวกบรรดาเกมเมอร์ทั้งหลายต้องมารุมด่าหาว่าไม่เคยเล่นเกม หาว่าหาแพะ

ทั้งที่ความจริงมันเป็นวิทยาศาสตร์อยู่แล้วว่า สื่อทีเรารับเข้าไปมันมีผลต่อจิตใจนิสัยอยู่ลึกๆ

มันไม่ได้ทำให้คุณเล่นแล้วเป็นพวกโรคจิตทันที เป็นพวกบ้ากามทันที

แต่มีจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของคุณ เวลาที่คุณอ่อนแอตอนนั้นล่ะมันจะแสดงผลออกมา

ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าพื้นฐานจิตใจหรือประสบการณ์อื่นๆของคุณจะช่วยกดมันเอาไว้ได้แค่ไหนแล้ว

ดังนั้นยอมรับเถอะว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะผมเองก็เป็นคนทั้งเล่นเกม อ่านการ์ตูนเหมือนพวกคุณนั้นล่ะ ผมก็ยอมรับ บางทีก็มีหลุดๆไปบ้าง แต่ผมก็รู้ตัวไม่ทำอะไรไม่ดีลงไปเท่านั้นเอง

พอคนเขามาเตือน มาหวังดีก็หาว่าเขาไม่รุ้อะไร ใครก็แน่ที่ไม่รู้อะไรครับ

จากคุณ : บัตรผ่าน ZERO – [ 6 ส.ค. 50 14:21:38 A:124.120.109.40 X: TicketID:118563 ]

ความคิดเห็นที่ 40

เด็กติดเกมส์ ปัญหามันคงไม่ร้ายแรงเท่าผู้ใหญ่ติดพนัน ติดเหล้า ติดหญิง
คอรัปชั่น ฆ่าคนตาย ข่มขืนลูกในใส้ ติดสินบน บุกรุกป่า ผลาญน้ำมัน
ตั้งแก๊งค์ซิ่ง กระทืบบันฑิต แฮคICT ปล้นธนาคาร นั่งขูดหวย หนีหนี้
หนีภาษี แปะหมากฝรั่งไว้ที่เก้าอี้ ฯลฯ หรอกครับ

แต่ปัญหาที่เกิดจากการติดเกมส์ ก็น่าให้ความสำคัญเช่นกัน
เพราะมันอาจจะเป็นสาเหตุ(หนึ่ง)ของ
ความก้าวร้าว ปัญหาการเรียน ขาดระเบียบวินัย การแสดงออกที่ไม่เหมาะสม
(ไม่ใช่แค่เด็กเล็กนะครับ เด็กมหาลัยหลายคนก็ปีหกปีเจ็ดไม่จบซะที
อยู่กันเต็มร้านเกมส์ไปหมด ไม่ทำมาหากินด้วยล่ะ)

มันก็คืออีกปัญหาหนึ่ง ในหลายๆ ปัญหาในสังคมน่ะครับ
(ผมพูดถึงในรายที่เป็นปัญหา หรือมีแนวโน้วว่าจะเป็นปัญหาเท่านั้นนะครับ)

ถ้ามีข่าวปัญหาการใช้ภาษา ก็จะไล่ให้ไปดูเรื่องติดเกมส์ จากติดเกมส์
ไปเรื่องจตุคาม จตุคามไปเรื่องของเล่นกล่องๆ ของเล่นกล่องๆ ไปต่อที่แก๊งค์ซิ่ง
ไปลงที่พ่อแม่เอาแต่ขอหวย พ่อแม่โบ้ยไปเรื่องเศรษฐกิจ
แล้วเศรษฐกิจก็ดูพื้นฐานการศึกษา การศึกษาก็วกมาเรื่องการใช้ภาษาอีก

ปล.ข้างท้ายนี่ผมพูดขำๆ นะครับ^^’
แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 14:46:41

แก้ไขเมื่อ 06 ส.ค. 50 14:45:47

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 6 ส.ค. 50 14:34:33 ]

ความคิดเห็นที่ 41

37
อย่านอกเรื่องกระทู้สิครับ ถ้าเขาตอบมาว่าขนาดตอนเด็กๆไม่มีเกมยังขนาดนี้ เด็กรุ่นนี้โตไปจะขนาดไหนแล้วจะยิ่งมีแต่ผลเสียกับวงการเกมมากขึ้นนะ

จากคุณ : donutpla2 – [ 6 ส.ค. 50 15:00:19 ]

ความคิดเห็นที่ 42

เอาเถอะครับใจเย็นๆก่อน
ยังไงของที่ควรมี คือการแบ่งเรตที่เป็นระบบถูกต้องนะครับ

ผมคนหนึ่งละครับที่ชอบเล่นGTA แต่ก็ไม่รู้สึกชอบเหมือนกันถ้าเห็นเด็กๆเล่นเป็นไอ้cjไล่ยิงคน เพราะมันไม่เหมาะกับเด็กที่ยังไม่มีคุณวุฒิจริงๆนั่นแหละ ขนาดในประเทศเสรีและเป็นระดับแนวหน้าด้านอุตสาหกรรมเกมอย่าง ญี่ปุ่น และอเมริกา ผู้ใหญ่ที่นั่นเขายังร้องเรียนกันเลย

เมืองนอกเขามีคุมเข้มแล้วทำไมเมืองไทยถึงไม่มีการพยายามยอมจัดแบ่งเรตกันบ้างเพราะผมว่าบางเกมคนเล่นจำเป็นต้องมีอายุรู้อะไรบ้าง

อย่างเช่นเกมออนไลน์ส่วนมากในต่างประเทศเขามีแบ่งเรตกันทั้งนั้น อย่างBF2หรือcsหรือSFเขาก็ระบุว่าตำกว่า15ไม่ควรเล่น แต่เมืองไทยดูจะไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆก็เล่นได้แถมเล่นแถมบางกรณีก็ยังก็สร้างความเดือดร้อนให้ผู้เล่นคนอื่นอย่างไร้มารยาทในการใช้สังคมออนไลน์ เพราะเกมพวกนี้คนเล่นจำเป็นต้องมีคุณวุฒิ และควรรู้จักระงับอารมณ์ส่วนตัว

เป็นไปได้ควรมีการอบรมจิตสำนึกและมารยาทในการใช้สังคมออนไลน์กับเด็กๆควบคู่กับการจัดเรตไปด้วยนะครับ

เพราะอย่างคำว่าเกรียนนี่ส่วนมากคงทราบกันว่ามีที่มาจากไหน

มันจำเป็นนะครับคิดดูเถอะเพราะเด็กๆบางคนทำตัวไม่มีมารยาทแบบนี้กันรึเปล่า ทำให้ขนาดเวปเกมบางเวปในต่างประเทศยังไม่อยากจะต้อนรับนักเล่นชาวไทยเลย แม้ขนาดบางศัพท์หยาบๆคำว่า Kxx คนญี่ปุ่นยังทราบเลยว่าแปลว่าอะไร

ผมเห็นด้วยในการแก้ไขเด็กติดเกมที่มีปัญหาแต่ไม่ใช่เด็กที่เล่นเกมทั่วไปๆนะครับ แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยว่าที่เกมจะทำให้รุนแรงไปจนถึงขั้นติดการพนัน กับเรื่องsexนี่ผมยิ่งไม่เห็นด้วยใหญ่ Hเกมนี่มีแต่ตัวอักษรพรึ่บ ใครมันจะมุมานะตอบจนถูกหมดเพียงเพราะเห็นภาพโป๊เพียงภาพเดียว ดูคลิปโป๊มันไม่ง่ายกว่าเรอะ
แต่ไอ้เรื่องติดการพนันผมไม่เห็นด้วยเหมือนกับกล่าวเกินจริงอยู่บ้าง คนเล่นเกมส่วนมากจะเอาเงินไปซื้อบัตรเติมเงินดีกว่าเอาเงินไปเล่นการพนันแน่ๆ

ยังไงเสียถ้าคิดจะควบคุมก็ควรศึกษาก่อนไม่ใช่เหวี่ยงแหนะครับ
เพราะอย่างแค่ยกเลิกหวยบนดินเห็นได้ชัดว่ามีอะไรดีขึ้นไหม? ที่แน่ๆคือเจ้ามือหวยใต้ดินเฮกันยกใหญ่

จากคุณ : shuffle – [ 6 ส.ค. 50 16:10:55 ]

ความคิดเห็นที่ 43

ถ้าครอบครัวเลี้ยงลูกดีจริงๆลูกจะไปติดเกมหรอครับ?

ถ้าพ่อแม่สอนลูกให้เป็นคนดีๆเด็กเล่นเกมแล้วมันจะก้าวร้าวไหม?

เมื่อหลายสิบปีก่อนไม่มีเกม เหล่าผู้ใหญ่ก็โทษวิทยุทีวีหรือเพื่อนบ้านว่าทำให้ลูกไม่ดี ตอนนี้มีเกมขึ้นมา พ่อแม่ละเลยลูกทำลูกต้องหาสิ่งยึดเหนี่ยว แล้วบังเอิญว่าสิ่งนั้นก็คือเกม…

ตราบใดที่ครอบครัวยังมีปัญหาถึงไม่มีเกมเด็กก็หาทางออกไปอย่างอื่นอยู่ดีแหละครับ พ่อแม่ไม่สนใจก็ไปหาเพื่อน หาการ์ตูนอ่าน ไปอยู่กับเพื่อน เล่นบอล ซึ่งรถ…

พวกผู้ใหญ่โทษว่าสิ่งเหล่านั้นผิด โดยไม่เคยกลับมามองตัวเองว่าได้ทำสิ่งที่ควรทำแล้วรึยัง อะไรกันแน่ที่ทำให้เด็กต้องเป็นเช่นนั้น

โยนความผิดไปให้สิ่งอื่นเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ผิด มันดูดีกว่านี่!!

จากคุณ : หมาข้างถนนคนบ้าการ์ตูน – [ 6 ส.ค. 50 16:13:29 ]

ความคิดเห็นที่ 45

*-*…

ค่อนข้างเห็นด้วยเพราะเจอทั้งประสบการณ์จากคนรอบข้าง และตัวเอง
เกมมีผลต่ออารมณ์ค่อนข้างมากค่ะ ไม่สามารถปฎิเสธได้เลยว่าเกมไม่ทำให้เด็กก้าวร้าว
เพียงแต่เด็กจะก้าวร้าวมาก น้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางจิตใจและคนที่คอยดูแล ซึ่งในสิ่งบทความของ จขกท. เสนอคือประเด็นในเรื่องการดูแล เพราะเด็กในปัจจุบันพูดได้เต็มปากว่า จิตใจ(โคตร)เปราะบาง การที่จะหวังพึ่งผู้ปกครองก็เป็นเรื่องยาก จึงมีการนำเสนอในแนวทางอื่นๆกัน
ส่วนเรื่องแต้มนั้น เป็นการมองโดยภาพรวม เพราะในปัจจุบันการขายเงินในเกมเป็นเงินจริงเป็นสิ่งทีี่มีแพร่หลาย
ฉะนั้นการที่เค้าจะเกรงว่าจะนำไปสู่ระบบการพนันนั้นก็ไม่ได้เกินกว่าเหตุแต่อย่างใด

เรื่องนี้อยากให้มองกว้างๆค่ะ

จากคุณ : joyka – [ 6 ส.ค. 50 17:37:24 ]

ความคิดเห็นที่ 46

ดีใจที่หลายคนเข้าใจว่าปัญหาสังคมคืออะไร

มันจะไม่เห็นความน่ากลัว จนกว่าจะมาอยู่สนามหญ้าหน้าบ้านคุณซึ่งมันก็สายไปแล้วครับ

จากคุณ : NIMBY(NOT IN MY BACKYARD) (….4จุด) – [ 6 ส.ค. 50 21:38:38 ]

ความคิดเห็นที่ 47

มันอยู่ที่การแบ่งเวลามากกว่านะครับ ไม่ใช่ห้ามไปเสียหมด ถ้ามีเวลาว่างจากการเล่นเกม ก็เล่นกีฬาบ้าง ฝึกนั่งสมาธิบ้าง บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนบ้าง ก็จะรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองมากขึ้น

จากคุณ : tui/mongcaljun@yahoo.com (skirmish) – [ 6 ส.ค. 50 21:53:35 ]

ความคิดเห็นที่ 48

ถ้าจะพูดให้ถูกคือ สื่อสมัยนี้มีผลทำให้เด็กกร้าวมากขึ้น
มันไม่ใช่เฉพาะเกมอย่างเดียว ทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเด็ก มีผลทั้งนั้นค่ะ
แต่เด็กจะซึมซับเอาจากเกมได้มากกว่า
เพราะดึงดูดใจและมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครในเกมได้มากกว่า ละครหลังข่าวน้ำเน่าตบตีกัน
(อย่างน้อย ๆ ก็เด็กผู้ชายล่ะ ที่ไม่ค่อยสนใจละคร)

และคำว่าการเอาแต้มในเกมไปแลกเป็นเงินจริง ก็ไม่ถูกค่ะ เพราะเท่าที่ทราบเกมเดียวที่นำแต้มในเกมไปแลกเป็นเงินได้ คือเกม Second life
ถ้าจะพูดให้ถูกต้องคือ เอาเงินจริงไปแลกเงินในเกมค่ะ
(ท่านคิดสลับด้านไปนิดนึงนะคะ)

ทางแก้ปัญหา ดิฉันพูดได้เลยว่า ห้ามไม่ให้เด็กเล่นเกมนั้นยาก
เพราะทุกวันนี้ กีฬา หนังสือเรียน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ไม่สามารถทำให้เด็กรู้สึกสนุกไปกับสิ่งเหล่านั้นได้
หรือถ้าทำได้ ก็ติดขัดที่ ความร่วมมือจากผู้ปกครองที่จะช่วยแยกเด็กออกจากเกม (งาน เงิน เวลาว่าง อ่ะ หรือไม่จริง)

เราต้องย้อนกลับไปมองว่า เด็กรู้จักเกมได้ยังไง
1. ไปเล่นร้านเกม – คำถามกลับ พ่อแม่ทำไมให้ลูกไป

จากคุณ : ป้าตัวกลม – [ 6 ส.ค. 50 22:06:51 ]

ความคิดเห็นที่ 49

เล่มเกมส์ไม่ผิด แต่ควรเล่นอย่างพอดี วันล่ะ 1-2 ชม. ก็พอ แบบเพลินๆ หรือคุณต้องว่างจริงๆ ถึงจะเล่นนานๆ

อย่าทำให้เสียการเรียน หรือสิ่งที่ควรจะทำ

รู้สึกหดหู่ใจ ที่เห็นเด็กไปนั่งเล่มเกมส์ที่ร้านกันเพียบ ไม่กลับบ้านกลับช่อง
ไปอ่านตำรา หรือไปช่วยงานที่บ้านบ้าง ไปช่วยพ่อแม่ทำงานบ้างพูดคุยกันกับท่าน จะดีกว่าเยอะ ที่ต้องมาเล่นเกมส์เป็นเวลานานๆ

เป็นคนนึงที่เล่นเกมส์บ้าง แต่ไม่ติด

จากคุณ : JumoDay – [ 6 ส.ค. 50 23:55:31 ]

ความคิดเห็นที่ 50

ไม่จริง ที่ว่าเด็กเล่นเกมจะก้าวร้าว ขอสวนกระแสของพวกสวนอีกรอบละ
คุณมองลงไปลึกพอรึยัง จัดลำดับดีหรือยัง

ข้อแรก เกมส์ทำขึ้นเพื่ออะไรครับ?
ตามความเห็นของผม
เพื่อสนองตอบผู้บริโภคที่ต้องการความบันเทิงใช้หรือไม่?

เกมส์มีหลายประเภทเพื่ออะไร?
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ชอบแนวนั้นๆใช้ใหม?
ถ้างั้นก็น่าแปลกที่ลูกสุดแสนดีของคุณไม่เคยสนใจเรื่องฆ่าฟันกัน
จะมาชอบเล่นเกมส์พวกนี้(และเล่นบ่อยซะจนเอาไปเป็นนิสัยหรือแบบอย่างเฉพาะตัวด้วย)

เกมส์เดี๋ยวนี้มีแต่แบบโหดร้ายหรือลูกคุณเลือกไม่ได้เลยหรือน่าแปลก
นี่เป็นความผิดของผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการใหม?ที่ไม่คอยดูแลไม่คอยป้อนสิ่ง
ดีๆให้ลูกที่แสนดีของคุณ

ข้อ2 การนำพฤติกรรมมาเป็นแบบอย่างยังมีให้เห็นมากกว่านำ
พฤติกรรมในวรรณกรรมมาเป็นแบบอย่างมากนัก
เด็กช่างเด็กแวนเด็กแซบไรนั่น
ก็เป็นตัวอย่างมีชีวิตที่มีให้เห็นตามท้องถนน

หนังนิยาย วรรณกรรมต่างๆมีมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ว
ด้านมืดของมันก็เห็นๆกันอยู่
มันจำเป็นต้องมีเพราะมันคือสิ่งสะท้อนของสังคม
แต่ทุกคนไหมที่เอามันเป็นแบบอย่าง
ผมกำลังพูดถึงความยังยั้งช่างใจ การเลือกในสิ่งที่ถูก
สังคมนี้มีทั้งสีขาวและดำและสีเทาๆ
พ่อแม่เราสอนเราให้ยึดถือสิ่งดีๆได้
ทำไมคุณถึงสอนลูกที่แสนดีของคุณไม่ได้?
เป็นหน้าที่ของผู้ผลิตสื่อหรือผู้ให้บริการใช่ไหมที่ต้องคอยสอน?

ข้อ3เด็กที่โตมาในสังคมที่มีทั้งสีขาวสีดำและสีเทาๆนี้
กับเด็กที่โดนปิดตาให้มองแต่สีขาว
คนไหนจะอยู่ในสังคมที่มีทั้งสีขาวสีดำและสีเทาๆนี้ได้
คนไหนจะดำรงชีวิตอยู่ได้และแก้ปัญหาของชีวิตได้ดีกว่ากันครับ?

ผมไม่โทษผู้ผลิตเพราะเค้าสร้างสรรค์งานที่เป็นทั้งศาตรและศิลป์นี้
เพื่อให้ผู้บริโภคชื่นชอบงานของเค้าที่สุด เค้าทำถูกต้องแล้ว

ผู้ให้บริการ ก็ไม่ผิด เพราะเค้าแค่นำเสนอสิ่งที่เค้าคิดว่าดี
และมันก็เป็นการค้าขายที่ถูกต้องตรงไปตรงมา

คนที่ผิดคือคนที่มีลูกแล้วไม่สอนให้รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีนั่นแหละ

มองย้อนกลับไปจุดเริ่มจะชัดขึ้นครับ
เค้าสร้างเกมส์ขึ้นมาทำไม?

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 00:07:44 ]

ความคิดเห็นที่ 51

เออแล้วไอ้เรื่องที่อ้างว่าเคยเล่นมาก่อนเคยอ่านมาก่อนนะ
เลิกอ้างเถอะครับ ยิ่งเล่นมานานเท่าไหรก็ยิ่งดูแย่เท่านั้น

เพราะตลอดมาคุณไม่เคยรับรู้จุดประสงค์ของมันเลย
ไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายหรือสิ่งที่มันต้องการจะสื่อ
สิ่งที่มันต้องการจะเป็นหรือบทบาทของมันในสังคมเลย

คนที่เพียงแต่บริโภคเท่านั้นไม่สมควรอ้างมันออกมา

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 00:17:53 ]

ความคิดเห็นที่ 52

#43 ผู้ใหญ่ที่คุณพูด หมายถึงพ่อแม่เหรอครับ
นั่นเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาทางนึงครับ
แต่สิ่งที่คุณบอกว่า เค้าเอาแต่โทษเกม . . . จริงเหรอ?
ผมว่าพวกเค้ากำลังหาทางแก้ปัญหากันอยู่ต่างหากครับ
ถ้าคุณมองว่าการพูดถึงปัญหา เป็นการกล่าวโทษกันแล้วล่ะก็
โลกนี้เราคงไม่ต้องพูดถึงอะไรกันแล้วครับ

ปัญหา — ติดเกมส์ (ต้องย้ำอีกมั้ยครับว่า สำหรับรายที่ติดเกมแล้วเป็นปัญหาจริงๆ)
สิ่งที่อาจส่งผล — ความก้าวร้าว ขาดวินัย ผลการเรียนตกต่ำ พฤติกรรมเลียนแบบ
สาเหตุ — พ่อแม่ไม่ใส่ใจ, ตามเพื่อน, นิสัยพื้นฐานของตัวเอง, โรคบางโรค
เช่นสมาธิสั้น, การขาดความภูมิใจในตัวเอง หรือ การขาดวินัยในตัวเอง
ทางแก้ — พ่อแม่เอาใจใส่มากขึ้น, จัดเรตเกมต่างๆ ให้เหมาะสม, ขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องในการดูแล

คุณอาจไม่รู้ว่า เค้ามีการรณรงค์ ส่งเสริมให้พ่อแม่
หรือคนในครอบครัวช่วยกันดูแลลูกบ่อยๆ

นพ.ประกิต บอกว่า “การรณรงค์ที่ผ่านมาใช้วิธีการสร้างภูมิต้านทาน
เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กเข้าสู่การพนัน แต่พบว่าไม่เพียงพอ
และยากที่จะเอาชนะปัญหาได้ เพราะสภาพแวดล้อมยังคงยั่วยุอยู่”
ที่เค้าบอกว่า สร้างภูมิต้านทานนั้นก็หมายถึงเน้นเรื่องครอบครัวน่ะครับ
(ปล. นพ. ประกิตไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเกมนะ แต่ผมยกประโยคอ้างให้เห็นว่า
เค้ามีการรณรงค์กัน)

และหลายครั้งที่พูดถึงปัญหาเยาวชน ไม่ว่าด้านใดๆ ก็มักจะมุ่งไปที่ครอบครัว
เพราะทุกคนรู้ว่าครอบครัวเป็นสิ่งพื้นฐาน
แต่อย่างที่ผมบอกแหละ ถ้าจะขุดรากเหง้าต้นตอปัญหาจริงๆเนี่ย
ก็ต้องขุดกันตั้งแต่ เศรษฐกิจ การศึกษา
เพราะปัจจุบันพ่อแม่ก็มีงานต้องทำเยอะแยะ
การศึกษาของหลายครอบครัวก็ไม่ค่อยดี
พ่อแม่จึงใส่ใจเลี้ยงดูลูกได้ไม่ดีพอ
ถ้าเราจะสังเกตตามร้านเกม ก็จะเห็นว่าเด็กที่มีปัญหาก็มักจะมาจากครอบครัวลักษณะนี้มาก
นั่นเพราะเค้าไม่สามารถเอาเวลามาใส่ใจลูกได้ดีพอ
เพราะปัญหาเรื่องความรู้ และปากท้อง

นอกจากปัญหาภายในครอบครัวแล้วเนี่ย
ก็ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชักจูงเด็กๆอีก
ร้านเกมส์เปิดใกล้โรงเรียน
เจ้าของร้านยอมให้เด็กเข้าร้านในเวลาไม่เหมาะสม

ดังนั้นเราต้องเริ่มตรงไหนถึงจะถูกต้องล่ะครับ?
จากพ่อแม่ การศึกษา เศรษฐกิจ ผู้ให้บริการ หรือสิ่งแวดล้อมอื่นๆ?
พ่อแม่ก็เริ่มไปแล้ว และยังคงทำอยู่เรื่อยๆในการเรื่องของการรณรงค์เรื่องครอบครัว
การศึกษา เค้าก็ทำหน้าที่ของเค้าอยู่
เศรษฐกิจ เค้าก็ทำหน้าที่ของเค้าอยู่
สิ่งแวดล้อมอื่นๆ ก็มีหลายโครงการพยายามสนับสนุน เช่นสนับสนุนกีฬา
หรือการแสดงออก ร้องเพลงเป็นต้น
แต่ว่าปัญหาเด็กติดเกมก็ยังอยู่ เพราะพ่อแม่ยังคงไม่มีเวลา เศรษฐกิจไม่ดี ฯลฯ

ระหว่างที่ปัญหาต่างๆ กำลังดำเนินการ ก็อาจมีทางแก้อื่นๆ อย่างการจัดเรต
หรืออะไรก็ว่าไปดีมั้ยครับ
แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 00:42:38

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 00:18:03 ]

ความคิดเห็นที่ 53

#50 คุณคิดว่าปัญหาเด็กติดเกมส์ปัจจุบันมีอยู่จริงหรือเปล่า?
แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 00:22:44

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 00:22:27 ]

ความคิดเห็นที่ 54

พูดกันตรงๆตามควาเห็นผม เด็กติดเกมส์นี้มีแต่น้อยมากๆๆ
ในความหมายของผมคือพวกคลั่งไคล้จนเกินพอดี
เหมือนพวกจิตรกร ที่คลั่งรูปปั้นวีนัส ต้องไปดูทุกวันที่ลูฟนั่นแหละ
มีแต่น้อยมากๆ

ส่วนใหญ่ที่คุณหมายถึง ผมเห็นเป็นพวกจัดเวลาไม่เป็นหรือพวกเด็กเก
ซึ่งเหลวแหลกตั้งแต่ระดับครอบครัวนั่นแหละ

ที่ผมแบ่งไม่เหมือนกับที่คุณแบ่งเพราะว่า

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 00:43:09 ]

ความคิดเห็นที่ 55

ถ้าเด็กติดเกมส์จริงเมื่อเกมส์ปิด เค้าต้องเลิก
นึกภาพจิตกรที่ชอบวีนัส ถ้าไม่มีวีนัสอยู่ที่ลูฟเค้าจะยังติดต่อไหม?~

แต่เด็กจำพวกนี้คุณคิดว่าเมื่อเกมส์ปิดเค้าจะกลับไปเรียน?
เลิกโดดเรียนหรืออ่านหนังสือมากขึ้นหรือ?
เค้าจะยังหาสิ่งบรรเทิงใหม่ๆที่ทำให้เค้าพอใจต่อไป
นั้นแปลว่ามันไม่ได้แก้

นั้นแปลว่าคุณกำลังใช้คำผิด
และนั่นแปลว่ากำลังแก้ผิดทางด้วย

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 00:47:06 ]

ความคิดเห็นที่ 56

คุณกำลังจะบอกว่า เด็กแม้ไม่ติดเกมส์ เค้าก็จะไปทำอย่างอื่นอยู่ดีงั้นเหรอครับ

อ้อ ผมไม่รู้ว่าผมแบ่งอะไรไว้ตอนไหนนะครับ – -‘
แต่ปัญหาที่กำลังพูดถึง คือการติดเกมส์ ไม่ใช่เนื้อหาเกม หรือตัวเกมอ่ะครับ
แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 00:51:59

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 00:49:17 ]

ความคิดเห็นที่ 57

ผมทึกทักเอาเองว่าคุณแบ่งตามที่พวกหนังสือพิมเค้าแบ่งนะ
และคำว่าติดเกมส์ ตามที่ผมเข้าใจก็ตามเนื้อหาที่ว่าไปนะแหละ
นอกเหนือจากนั้นไม่ใช่ครับ

คุณลองจินตนาการดูก็ได้ สมมุติคุณมีอำนาจ สมมุติคุณปิดเกมส์ได้ทั่ว
ทั้งประเทศไทย คุณจริงๆหรอว่าเด็กน้อยน่ารักเหล่านี้จะดูหนังสือมากขึ้น
ขยันเรียนมากขึ้น

คำตอบอยู่ในใจครับคุณรู้เองอยู่แล้ว

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 00:58:06 ]

ความคิดเห็นที่ 58

ในฐานะที่ผมเคยสอนเด็กอยู่พักนึง และเคยมีญาติที่จำกัดเวลาเล่นเกมส์ของลูกๆ(พ่อแม่ผมก็ทำงั้นเช่นกัน)

เท่าที่ผมเห็นมา (ไม่ใช่ผลวิจัยหรอกนะ) สัดส่วนเวลาเล่น
กับเวลาเรียนของเด็กแต่ละคน ไม่เท่ากัน
และมันมักจะคงที่เสมอๆเมื่อเทียบเป็น%
ปัจจัยภายนอกหรือข้อบังคับใดๆจะมีผลต่อ%นี้น้อยมากๆหรือแทบไม่มีเลย
มันจะมีผลขึ้นทันที่ด้วยตัวของเด็กเองเท่านั้น
(เห็นได้ชัดในช่วงประกาศคะแนนสอบ)

ซึ่งผมว่าผมวิเคราะห์ถูกนะ เพราะการจะเปลียนนิสัยมัน
ก็อยู่ที่ความตั้งใจของบุคคลแน่นอนอยู่แล้ว

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 01:03:17 ]

ความคิดเห็นที่ 59

แต่ปัญหาที่เกิดจากการติดเกมส์ ก็น่าให้ความสำคัญเช่นกัน
เพราะมันอาจจะเป็นสาเหตุ(หนึ่ง)ของ
ความก้าวร้าว ปัญหาการเรียน ขาดระเบียบวินัย การแสดงออกที่ไม่เหมาะสม
(ไม่ใช่แค่เด็กเล็กนะครับ เด็กมหาลัยหลายคนก็ปีหกปีเจ็ดไม่จบซะที
อยู่กันเต็มร้านเกมส์ไปหมด ไม่ทำมาหากินด้วยล่ะ)

มันก็คืออีกปัญหาหนึ่ง ในหลายๆ ปัญหาในสังคมน่ะครับ

อันนี้ผมยกมาจากความเห็น 40 ที่ผมตอบไว้อ่ะนะครับ

ผมเข้าใจว่ายังมีปัญหาอีกเยอะที่จะทำให้เด็กเสียคน แต่อย่างที่บอกครับ นี่เป็นอีกปัญหานึง
ถ้าเด็กไม่”ติดเกม” เค้าก็มีโอกาสจะไปติดอย่างอื่น หรือไม่ไปติดอย่างอื่นก็ได้

ขอเพิ่มเติมตรงนี้นิด ถึงจะมีปัญหาอื่นด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าปัญหาเด็กติดเกมเราไม่ต้องไปสนใจก็ได้นี่ครับ

และอีกทีนะครับ ตามข่าวเนี่ย เป็นเรื่องของการเสวนาปัญหาการพนัน กับเยาวชน
เรื่องของเกมคงเป็นประเด็นเล็กๆ ที่นักข่าวนำเสนอมาน่ะครับ
และในข่าวก็ยังไม่มีเรื่องของการปิด หรือจะไม่ให้เด็กเล่นเกมส์แต่อย่างใด
แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 01:08:33

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 01:06:38 ]

ความคิดเห็นที่ 60

ความก้าวร้าวมาก่อนหรือเกมส์มาก่อนความก้าวร้าวครับ
ความเห็นของผมเรื่องความก้าวร้าวอยู่ในความเห็นที่50วรรคที่3

ขาดเรียนขาดวินัยนี่สมัยไม่มีเกมส์นี่ไม่เคยปรากฏ?

ส่วนเด็กมหาลัยนะครับ ถ้าเค้าคุมตัวเองไม่ได้ก็ไม่สมควรอยู่ในระบบ
การศึกษาขั้นสูงนี้แล้ว และจะออกไปเองตามกลไกของมหาวิทยาลัย

ทางเดียวที่คุณจะบังคับคนที่บรรลุนิติภาวะแล้วคือยึดความอิสระของเค้าซะ
ซึ่งมันผิดหลักประชาธิปไตย

การที่คุณจะไปบังคับสังคมหรือทำลายงานผู้อื่นเพื่อการนั้น อันนี้ไม่ถูกครับ

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 01:16:06 ]

ความคิดเห็นที่ 61

เรื่องควบคุมตัวเอง จากที่คุณพูด นั่นก็เป็นเป็นสาเหตุจากการติดเกมด้วยใช่มั้ยครับ?
อาจจะเป็นเพราะพื้นฐานการจัดการเวลาเค้าไม่ดีอยู่แล้วด้วย หรืออะไรก็ตาม
แต่เมื่อมาเจอกับอาการ “ติดเกม” แล้วยิ่งทำให้เค้าไม่ลุกไปไหนเลยอีก

เรื่องความรุนแรง จริงครับที่ว่าความรุนแรงมีอยู่ในตัวเด็กบางคนอยู่แล้ว
แต่การที่เค้าได้สัมผัสกับความรุนแรงในเกมเข้าไปอีกเนี่ย
มันก็เรียกได้ว่าเป็นแรงผลัก (หรืออะไรซักอย่างในภาษาจิตวิทยาอ่ะ)
ให้เค้าใช้ความรุนแรงนั้นออกมาอีกนี่ครับ

ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่ผมได้พูดถึงว่าเค้าเดินออกจากบ้านโดยไม่สนใจแม่
ทำให้แม่ร้องไห้
ก่อนที่เค้าจะมีอาการติดเกม จนทำให้ต้องออกจากโรงเรียน
เค้าก็ไม่เคยที่จะทำร้ายจิตใจแม่อย่างนี้ แล้วผลการเรียนของเค้าก็อยู่ในระดับใช้ได้
ถึงเค้าจะไม่ใช่คนขยันมาก แต่ก็ไม่ถึงขนาดทิ้งการเรียนไปเลย

หลังจากเค้าติดเกมหนักขึ้น จนถึงขั้นโดดเรียน มาเล่นที่ร้านพี่ผม เค้าก็ไม่ให้เล่น
เด็กคนนี้ก็ไปเล่นร้านอื่น เริ่มมีการติดหนี้ค่าเกม เริ่มขโมยเงินที่บ้าน เริ่มมีเรื่องชกต่อย
(ตรงนี้คิดว่าเพราะกลุ่มคนในเกมที่เค้าเล่น เป็นพวกเด็กโตที่ชอบมีเรื่อง ด่าเค้าไปทั่ว
เค้าก็เลยพยายามเลียนแบบ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววว่าจะระรานคนอื่น)
สุดท้ายก็ลาออกจากโรงเรียน แล้วก็อยู่แต่ร้านเกมครับ ตอนนี้ผมไม่ได้เจอเค้าแล้ว
เพราะร้านเกมพี่ผมเจ๊งไปแล้วครับ – -‘
เด็กคนนี้จะเป็นเพราะเค้านิสัยเสียอยู่แล้ว หรือไม่ก็ตามแต่
แต่สิ่งที่มันรุนแรงขึ้น ก็เกิดขึ้นหลังจากการติดเกมของเค้าน่ะครับ

ส่วนเรื่องการบังคับ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเค้าจะไปบังคับกันนี่ครับ
ใช้คำว่าควบคุมดูแลดีกว่ามั้ยครับ
อย่างในต่างประเทศที่เค้ามีการกำหนดอายุให้เหมาะสมกับประเภทเกมน่ะครับ

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 01:32:53 ]

ความคิดเห็นที่ 62

คุณกำลังข้ามไปถึงเนื้อหาในตัวเกมส์แล้ว

ที่ผมอธิบายไปทั้งหมดเป็นองค์รวมครับ
เอาละผมจะข้ามไปกับคุณด้วยในเรื่องเดียวกัน

ที่อ่านมาเด็กคนนี้เล่นเกมส์ออนไลน์ใช่ไหมครับ?
จุดเด่นอีกอย่างของเกมส์ออนไลน์คือ สังคมครับ
สังคมออนไลน์ และสิ่งที่เปลี่ยนนิสัยคนได้ก็คือสังคมเช่นกัน
เห็นไหมครับว่าจริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ตัวเกมส์อีกนะแหละ
มันเป็นสังคมในเกมส์ต่างหาก ที่ทำให้เค้าเปลี่ยนไป

คุณอาจจะคิดว่ามันก็เหมือนๆกับติดเกมส์นะแหละ
แต่จริงๆมันต่างครับ ทั้งต้นเหตุและวิธีแก้ใข
พวกที่ถึงขั้นนิสัยเปลี่ยนนี่ คุณคงไม่คิดว่าเกมส์ธรรมดาๆจะสามารถทำได้
หรอกนะครับ มนุษย์ไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น แต่เพราะเราเป็นสัตว์สังคม
จึงตามกระแสสังคมซะมาก

กรณีขนาดทิ้งพ่อแม่นี่ผมก็ว่าสังคมออนไลน์ไม่สามารถทำได้หรอกครับ
ถึงคุณไม่ได้เล่าแต่คิดว่าเค้าคงมีสังคมภายในร้านด้วย
หรือกลุ่มเด็กเล่นเกมส์ด้วยใช่ไหมละครับ ตรงนั้นแหละครับที่เป็นปัญหา
มากกว่าสังคมออนไลน์ซะอีก

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 01:46:38 ]

ความคิดเห็นที่ 63

อืม ก็คงจะไปเรื่องของเนื้อหาของตัวเกมจริงๆ นั่นแหละ

ทีนี้มาว่าคุณก็เห็นด้วยว่าในการเล่นเกมส์ออนไลน์นี้มีส่วนทำให้เค้าเปลี่ยนไปใช่มั้ยครับ
ไม่ว่าจะเป็นตัวเกมส์ หรือสังคมในเกม
แต่ในเมื่อเด็กคนนี้เล่นเกมนี้ และติดเข้าให้แล้ว มันก็ส่งผลกับตัวเด็ก
ดังนั้น เด็กเล็กยังสมควรเล่นเกมนี้โดยไม่มีการดูแลอีกเหรอ?

ส่วนเรื่องสังคมในร้านนั้น ถ้าเป็นร้านอื่นเนี่ยไม่รู้นะ แต่ถ้าเป็นร้านพี่ผม ก็จะมีแค่พวกผมเท่านั้น
กลุ่มที่เค้าเจอเนี่ย คือสังคมในเกมเลยล่ะ ผมรู้เพราะผมเล่นเกมเดียวกับเค้าครับ
กลุ่มที่เค้าไปหมกมุ่นอยู่ด้วย (ถึงขนาดพูดถึงคนเหล่านั้นบ่อยๆ) พอเตือนบ่อยเข้าก็เริ่มหงุดหงิด

ถ้าคุณจะพูดถึงสังคมในร้าน ผมว่ามันก็เป็นร้านเกมอีกอยู่ดีนั่นแหละ
มีแต่เด็กๆ ที่ล้วนแล้วเข้าข่ายที่จะติดเกมทั้งนั้น มันก็พากันไปได้อยู่ดี
คงดีกว่าถ้าเราดึงเด็กออกมาจากตรงนั้น หรือให้เค้าอยู่ในการดูแล

ทีนี้มาดูน้องอีกคน น่าจะให้เห็นความต่างระหว่างการ”ติดเกม” กับไม่ติดเกมได้บ้าง
คนนี้ญาติผมเอง อายุน้อยกว่าคนเมื่อกี้หน่อยนึง
เป็นคนเอาแต่ใจพอสมควรครับ เล่นเกมออนไลน์ด้วยเช่นกัน
แต่ไม่ติด เพราะแม่เค้าจะให้ทำอย่างอื่น อย่างเรียนดนดรี หรือเทควันโดไปด้วย
เด็กคนนี้จะชอบเล่นเกมครับ เวลาได้เล่นเค้าก็จะมันส์ไปกับเกมด้วย
แต่ไม่เลวร้ายถึงขั้นติด เรียกได้ว่าถ้าต้องเลิกก็ไม่มีอาการหงุดหงิด
ปัญหาต่างๆ ก็ไม่มีครับ

ทั้งๆ ที่สองคนนี้เล่นเกมออนไลน์เหมือนกัน (ถึงจะคนละเกมก็เถอะ)
ทำไมคนนึงมีปัญหาตามมา แต่อีกคนไม่มีล่ะครับ
ผมคิดว่าเป็นเพราะความคลั่งเกม หรือระดับการติดเกมไม่เท่ากันครับ

ถ้าถามผมว่าผมคิดหรือเปล่าว่าการติดเกมทำให้เค้าเป็นแบบนั้น
ผมคงตอบว่าใช่ เค้าติดเกมมากๆ จริงจนไม่ยอมเลิก ไม่ยอมห่างจากมัน
แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 02:12:55

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 02:11:49 ]

ความคิดเห็นที่ 64

สำหรับผม คุณกำลังใช้ภาษาผิดครับ
สำหรับผมนะครับ

เพราะทั้ง2ตัวอย่างล้วนมีเกมส์เป็นเครื่องมือ
แต่ไม่ได้เป็นตัวหลักหรือเป็นตัวที่ติด

คุณคงไม่เรียกคนชอบทำนาว่าติดจอบ
หรือเรียกคนแต่งสวนว่าติดพลั่ว
หรือเรียกคนเล่นพันทิพว่าติดพันทิพหรอกนะ
ถึงจะเข้าทุกวันแต่ถ้าขาดก็ขาดได้
แม้พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปแต่องค์รวมยังเหมือนเดิม

เครื่องมือกับสิ่งที่เค้าติดคนละสิ่งกัน
พฤติกรรมของคนก็อยู่ที่การตัดสินใจของปัจเจกบุคคลนั้นๆ
ไม่มีไครคาดเดาได้ทั้งนั้นแม้ว่าจะเป็น ฮาริเซด็อนก็เถอะ

คำถามเดียวกันนี้ในท้ายความเห็นที่63
ถ้าถามผม ผมตอบว่าไม่ใช่ครับ
ผมตอบอย่างแน่ใจครับก่อนตอบผมย้อนอ่านทั้ง2คนนี้อีก2รอบ
ไม่ใช่ที่เกมส์แน่นอนครับ และถ้าแก้ที่การปิดเกมส์นี้เลยทันทีตอนนี้
ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้แน่นอนครับ

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 02:29:19 ]

ความคิดเห็นที่ 65

ส่วนการดึงเด็กออกจากร้านนี่ผมเห็นด้วย100%ครับ

เด็กไม่ควรมีอิสระขนาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
เรื่องของการใช้ เงิน และการตัดสินใจใช้เงิน
และนั่นเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ครับไม่ใช่ของรัฐบาล

แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเห็นร้านเกมส์เป็นตัวปัญหานะครับ
กลับกันผมเห็นว่าเค้าเป็นแพะตัวเบ้อเร่อ

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 02:34:20 ]

ความคิดเห็นที่ 66

ผมงงๆ นิดๆว่าตรงไหนที่คุณเห็นว่าผมใช้ภาษาผิดน่ะครับ
แล้วที่ถูกคืออะไรครับ?

แต่ถ้าคุณคิดว่าผมจะบอกว่า การติดเกมคือสาเหตุของสิ่งนั้นทั้งหมด
ก็คงต้องขอแก้ตัวว่าไม่ใช่ ผมเข้าใจว่าการติดเกมเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุครับ

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 02:35:32 ]

ความคิดเห็นที่ 67

ส่วนเรื่องร้านเกมนั้น จะว่าเค้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไม่น่าใช่ซะทีเดียว
เพราะมีหลายร้านที่จงใจเลือกทำเลใกล้โรงเรียน ยอมให้เด็กที่โดดเรียนเข้ามาเล่นไม่ใช่เหรอครับ?

ถ้าจะช่วยกันจริง เค้าก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมบ้างครับ

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 02:39:15 ]

ความคิดเห็นที่ 68

ผิดตรงใช้คำว่า”ติดเกมส์”ครับ ในความเห็นผมนี่เป็นการใช้คำที่ผิด
ในความเห็นผม การใช้ที่ถูกจะเป็นแบบความเห็นที่54 ผมมีเหตุผลประกอบด้วยแล้วในความเห็นใกล้เคียงนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ผมไม่ใช่ผู้เชียวชาญที่จะมาตัดสินถูกผิดหรอกครับ
ผมแค่ว่าในความเห็นผมมันใช้ผิด แค่นั้นเอง

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 02:45:14 ]

ความคิดเห็นที่ 69

ผมเข้าใจว่าเด็กที่ติดเกม ก็คือคลั่งใคล้เกินความพอดีอย่างที่คุณว่านั่นแหละนะครับ

และผมก็มองว่าติดเกมเป็นปัญหาจริงๆ
อย่างที่ยกตัวอย่างน้องสองคน คนนึงติดเกม แต่อีกคนไม่ติด
คนนที่ติดมีปัญหาตามมามากกว่า ประมาณนั้น

เด็กติดเกม ถ้าร้านเกมปิด เค้าก็ไปหาร้านอื่น ถ้าเงินหมดก็ขอเพิ่ม หรือขโมย
เด็กไม่ติด ร้านเกมปิด ก็กลับบ้าน ไปติดอย่างอื่นแทน หรืออาจจะไม่ติดอย่างอื่นก็ได้

ผมเข้าใจว่าอย่างนี้นะ

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 02:50:57 ]

ความคิดเห็นที่ 70

ย้ายประเดนไปเรื่องร้านนะครับ

วิธีแก้ปัญหาแบบของผมคือย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นครับ
ร้านเกมส์เกิดขึ้นจากอะไร อันนี้ประสบการตรงครับ
ร้านเกมส์กลายพันธ์มาจากร้านอินเตอร์เนตธรรมดาๆ
แล้วร้านอินเตอร์เนตละมาจากอะไร มันมาจาก
ร้านพิมงานธรรมดาๆ ในสมัยพ่อแม่เราก็จะเป็นร้านพิมดีด

วกเข้าเรื่อง
เพื่ออำนวยความสดวกจึงต้องมีอินเตอร์เนต
เพื่อลูกค้าบางกลุ่มจึงต้องลงโปรแกรมเกมส์
แรกเริ่มเลยคือมันเป็นความต้องการของลูกค้าล้วนๆ
เป็นการให้เช่าเพื่ออำนวยความสดวกถูกไหม?

แล้วมันเริ่มมีภัยตอนไหนละ ไม่เห็นมีสิ่งไม่ดีเลย

นี่คือจุดสำคัญแล้วครับ
มันเริ่มมีภัยเมื่อเด็กๆเข้ามาเด็กที่หาแต่ความสนุกใส่ตัว
ไม่รู้อะไรเลยเค้าไม่รู้จักแบ่งเวลา ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี
ไม่แยกแยะผิดถูก แต่มีกำลังเงิน

“เงิน” มันมาจากไหน? และผู้ให้มันมาสอน
ถึงความสำคัญของมันดีพอหรือเปล่า
เป็นหน้าที่ของร้านที่ต้องคอยดูแลสั่งสอนลูกค้า?

ทั้งร้านมีโปรแกรมมากมายทั้งอินเตอร์เนตทั้งโปรแกรมพิมงาน
เด็กสามารถหาความรู้หรือทำรายงานที่สวยกว่าเพื่อนคนไหนๆในชั้นได้
หาข้อมูลง่ายยิ่งกว่าห้องสมุด แต่เด็กเลือกที่จะเปิดเกมส์

เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการที่จะบังคับเด็กไม่ให้เล่น?
มันเป็นหน้าที่ไครครับ?

มันวกกลับเข้าเรื่องเดิมครับ
ไครมีหน้าที่สอนและชี้นำครับใช่ผู้ประกอบการหรือ
สอนก็ไม่สอนแต่ดันให้เงินมา

ลองเด็กมีเงินไม่ต้องร้านเกมส์หรอกครับ ไปที่ไหนก็เหลวที่นั่น

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 03:00:03 ]

ความคิดเห็นที่ 71

ทีนี้เรื่องที่ว่า ทางร้านยอมให้เด็กที่โดดเรียนเข้ามาเล่นล่ะครับ
จริงๆ เค้าควรจะทำยังไง?

เรื่องของพ่อแม่นั่นเค้าผิดแน่นอนอยู่แล้วครับ

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 03:05:25 ]

ความคิดเห็นที่ 72

ตามเหตุผลข้างบนผมจึงเห็นว่า
เกมส์ เป็นแพะครับ
ร้านเกมส์ก็แพะและเป็นแพะตัวใหญ่ด้วย เพราะใกล้มือกว่าจัดการง่ายกว่า

ตัวเสือจริงๆที่เราต้องการจับคือ “ปัญหาเด็กเก” นั่นต่างหากตัวการ
มีมาทุกยุกทุกสมัยครับไม่ใช่ของใหม่เลยลองถามปู่ย่าตายายก็ยังมีอยู่ครับ
มีแม้แต่ในวรรณกรรม อาจจะมีตั้งแต่เริ่มมีมนุษย์ด้วยซำ

การแก้ก็ไม่มีอะไรมากครับแก้เหมือนกันทุกยุคทุกสมัย
เพียงแต่ต้องใช้บุคคลพิเศษเท่านั้นครับ

วานคนนอกแก้ไปก็เท่านั้นครับแก้ไปก็ไม่ถูกจุด
ข้อบังคับ108ก็ไม่มีผลครับมีแต่จะไปกระทบคนอื่นซะเปล่าๆ

ป.ล.เด็กเกคือเด็กที่เดินออกนอกลู่นอกทางอันดีที่เราต้องการครับ
จะตอบเพิ่มก็สั้นไปเพิ่มความเห็นไปซะเปล่าๆ

แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 03:25:50

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 03:12:32 ]

ความคิดเห็นที่ 73

ถ้าร้านเกมให้ความร่วมมือ จะมีผลทำให้เด็กห่างจากร้านเกม
หรือมีปัญหาเรื่องคลั่งเกมติดเกมน้อยลงมั้ยครับ?

แล้วเด็กเกที่ว่า หมายถึงใครเหรอ มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเด็กติดเกมยังไงเหรอครับ?

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 03:17:25 ]

ความคิดเห็นที่ 74

เปลี่ยนประเดนไปร้านยอมให้เด็กโดดเรียนเข้าไปเล่นนะครับ

ย้อนไปดูต้นตอของปัญหาตามหลักการของผม
เด็กโดดเรียน=เด็กไม่ต้องการที่จะเรียนเบื่อเรียน
โดดไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การเรียน
สมัยก่อนปัญหานี้น้อยมากๆเพราะเด็กไปไหนคนในสังคมก็จะคอยควบคุม
คอยบอกพ่อแม่ ไม่ให้ความร่วมมือกับเด็ก

ปัญหานี้มากขึ้นทันตาเห็นเมื่อมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นมา
และมากขึ้นไปอีกเมื่อเปลี่ยนจากรัฐบาลทหารมาเป็นรัฐบาลของประชาชน
กฏระเบียบเริ่มมีผลบังคับน้อยลงๆจากที่เมื่อก่อนเมื่อทางห้าง
พบเห็นเด็กในเวลาไม่ควรก็จะรีบแจ้งไปยังร.ร.หรืออาจจะจับกุมเด็กไว้เลย
ก็มี มาสมัยนี้ ปล่อยกันตามสบาย ซึ่ง=เค้าไม่ทำหน้าที่ของส่วนหนึ่ง
ที่ดีของสังคม ทั้งที่เค้ามีอำนาจที่จะทำได้

ร้านเกมส์ก็เช่นกัน สำนึกสังคมต้องมีเพราะยังไงก็เป็นหนึ่งในสังคมเช่นกัน
ร้านที่ละเลยตรงนี้ ผิดเต็มๆแน่นนอนครับ
ทั้งจารีตและกฏหมาย ข้อที่ว่าส่งเสริมการกระทำที่ไม่ควรของเด็ก
และยังผิดพรบ ผู้ประกอบการด้วย ผิดมากกว่า5คดีแน่นอนครับ

ผิด100%พบเห็นแจ้งจับได้เลย

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 03:23:15 ]

ความคิดเห็นที่ 75

ถ้างั้นร้านเกมส์ก็ควรจะมีสำนึกต่อสังคมในการเตือนเด็กให้กลับบ้านในเวลาสมควร
หรือไม่ยอมให้เด็กติดเงิน เพื่อไม่ให้เด็กติดนิสัยเป็นหนี้ด้วยหรือเปล่าครับ
(หรือมันจะกลายเป็นปัญหาให้เด็กไปขโมยเงินอีก – -‘)

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 03:28:49 ]

ความคิดเห็นที่ 76

เรื่องยืมเงินนี่เป็นเรื่องของบุคคล2คนแล้วครับ
ส่วนเรื่องกลับบ้านรัฐบาลกำหนดไว้4ทุ่มซึ่งเป็นเวลากว้างๆ
เท่านั้นซึ่งมักก็ถูกเพราะเราจะไปบังคับคนทั้งประเทศทำอะไรพร้อมๆ
กันคงไม่ใช่เรื่อง

ส่วนเรื่องเล่นนานหมดปัญหาไป2ปีแล้วครับเค้ากำหนดเด็กไม่ถึง18เล่นได้แค่วันละ3ชัวโมงเท่านั้น

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 03:32:03 ]

ความคิดเห็นที่ 77

แต่ก็จะมีร้านที่ยอมให้เล่นได้เกินนั้นนี่ครับ ทั้งออนไลน์ไม่ออนไลน์
(แถมดูพ่อแม่บางคนจะพอใจ เพราะไม่ต้องดูแลลูกนานด้วยซ้ำ)

เรื่องติดหนี้ ผมว่าเป็นเรื่องระหว่างร้านกับตัวเด็กนั่นแหละครับ ถ้าร้านไม่ยอมให้ติดเงิน
เด็กก็จะเล่นต่อไม่ได้ ก็จะใช้เงินในขอบเขต และไม่มีนิสัยติดหนี้นะครับ

เอาเถอะ ผมว่ามันเลยประเด็นที่เค้าพูดๆ มากันมากแล้วล่ะ (คือเรื่องติดเกมมีผลทำให้เด็กก้าวร้าว)
ในเมื่อเราไม่คุยกันตรงนั้นต่อ ก็พอกันเถอะครับ ผมจะไปเล่นเกมแล้วด้วย กั่กกั่กกั่ก

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 03:44:27 ]

ความคิดเห็นที่ 78

ขอบคุณที่มาแลกเปลียนความคิดเห็นครับสำหรับคืนนี้
ผมคงต้องขอลาก่อน

สำหรับผู้มาอ่านใหม่ประเด็นของผมอยู่ที่ความเห็นที่50นะครับ

นับถือทุกท่านครับ ด้วยจิตคารวะ

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 03:48:54 ]

ความคิดเห็นที่ 79

คุณ Papiyongpi ผมเห็นว่าคุณกำลังมีปัญหาเรือ่งการใช้เหตุผลแล้วล่ะ

ขอทายว่าคุณยังไม่มีลูก ยังไม่แต่งงานแน่ๆครับ

ถ้าหากการใช้เหตุผลของคุณถูกต้องล่ะก็ ในโลกนี้ของทุกๆอย่างก็ไมต้องควบคุมหรอกครับ

ทั้งยาเสพติด

อาวุธ

สิ่งมอมเมาอื่นๆ

ทุกอย่างล้วนแต่เกิดพิษก็ต่อเมื่อคนเสพนั้นไม่รู้จักยับยั้ง หรือเลือกใช้

เพราะ”สังคม” เพราะ”กฎหมาย” รู้ถึงความจริงข้อนี้(แต่ดูเหมือนคุณจะไม่รู้)
จึงต้องมีข้อห้าม หากอันนี้อันตรายมากก็จะให้มีโทษกำกับลงไป

แม้แต่เกม ที่คุณพยายามพูดอย่างสวยหรูว่าจุดประสงค์การสร้างนั้นคืออะไร มันไม่ผิด แต่คนเสพต่างหากที่ผิด

ที่คุณพูดมานั้นมันถูกเพียงแค่ “กึ่งหนึ่ง” แต่คุณไม่ได้มองเลยว่า คนทุกคนเขาไม่สามารถมีสติยั้งคิด หรือตัดสินได้ทุกคน โดยเฉพาะ “เด็ก” ซึ่งถ้าหากเขาเสพมากไป ก็จะอยู่ในความหมายของคำว่า “ติดเกม” พอเสพเกินพอดี ไม่มีคนแนะนำ มันก็จะส่งผลให้เกิดการก้าวร้าวได้ ตามเนื้อหาของเกมที่เขาเสพ

ผมไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน แต่คุณกับโบ้ยไปเรื่อยว่า แบบนี้ชาวนาก็ติดจอบติดเสียมสิ เพราะว่าต้องใช้มันทั้งวัน

เป็นผมผมไม่กล้าพิมพ์ให้เหตุผลแบบนี้หรอกครับ กระดากนิ้วตัวเอง คิดได้ไงเนี่ย สุดยอดของเหตุผลเลย

เพราะฉะนั้น สังคมจึงควร”กำหนด” ว่าความรุนแรง หรือสิ่งที่นำเสนอนั้นควรอยู่ในระดับไหน ให้แรงได้แค่ไหน และควรเสพได้เท่าไร เพราะสังคมเห็นว่า “มันมีผล” ต่อจิตใจ ไม่ใช่ไม่มี แต่ที่คุณเสนอมาตั้งแต่ความเห็นที่ 50 เหมือนพยายามจะบอกว่า เกม “ไม่มีผล” ซึ่งเหตุผลที่แทรกมาไม่เกี่ยวกับกระทู้เลย

เรื่องพวกนี้มีการวิจัย มีการทดสอบ และได้ข้อสรุปเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งถ้าให้ผมเลือก ผมเลือกที่จะฟังสิ่งที่ได้รับการทดสอบ ยืนยันแล้วมากกว่ามาเชื่อแนวคิดอะไรเป็นตุเป็นตะของคุณครับ เพราะคุณไม่มีอะไรมายืนยันนอกความคำพูดที่ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่ไม่มีอะไรเป็นหลักฐานมาสนับสนุน เพราะเกมน้นต่างจากการ์ตูนหรือนิยายตรงที่ว่า มันให้เรา”สวมบทบาท” มันสามารถสัมผัสได้มากกว่าสื่อเดิมๆครับ และการที่เราสัมผัสมันมากๆทำให้เราซึมซับสิ่งไม่ดีไปโดย “ไม่รู้ตัว” …. พอดีกว่า ผมกำลังพูดในสิ่งที่ข้างบนอธิบายไปแล้ว

เรือ่งพวกนี้ถ้าจะถกกันมันต้องมีหลักฐานมาสนับสนุนครับ ไม่ใช่ถกกันในเรื่องแนวคิด ถ้าเป็นการถกเรื่องแนวคิด การใช้เหตุผลของคุณคงจะใช้ได้ แต่ถ้าเรื่องพวกนี้ซึ่งกระทบต่อสังคมจริงๆ ความเห็นคุณถือว่าเลื่อนลอยมากๆครับ มีแต่คำพูดที่ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือ(แต่ผมไม่เชื่อ) เท่านั้นเอง

ผมว่าคุณJumping Monkeyy ไม่น่าไปถกกับเขาหรอกครับ เขามองประเด็นไม่แตก เถียงไปเดี่ยวก็จะลากเอานั้นมาโยง เอานี้มาโยง มันไม่จบหรอก

ทั้งที่ประเด็นในกระทู้เขาบอกอยู่แล้วว่า “การติดเกม ทำให้เด็กก้าวร้าว-ติดพนัน” แค่มีคนให้เหตุผลว่า มันเป็นสาเหตุหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด แค่นี้ก็น่าจะเข้าใจแล้ว ไม่เห็นต้องให้มีคนมาอธิบายอะไรเสียยืดยาว

ด้วยความหวังดีเลยนะเนี่ย คุณลองเอาเหตุผลของคุณไปคุยกับจิตแพทย์ดีกว่านะ นักจิตวิทยาก็ได้ เขาเป็นมือโปรทางนี้ เขาน่าจะให้คำตอบได้ดีกว่า เพราะเขาได้สัมผัส ได้ “เจอของจริง” มากกว่าคุณที่เอาแต่ประสบการณ์ตัวเองและมันสมองมา”คิด” อย่างเดียวว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นนะ มันต้องเป็นอย่างนี้นะ แต่ไม่ได้ดูความเป็นจริงเลยว่ามันคืออะไร

อย่ายึดติดกับทฤษฎีหรือแนวคิดครับ เปิดใจดูความจริงบ้างว่าโลกเขาเจออะไรบ้าง

เฮ้อ…. แล้วผมมาเสียเวลาอะไรกับคุณเนี่ย ทั้งที่คนทั่วไปเข้าใจเรื่องนี้แล้ว แต่ดูเหมือนว่าคุณจะปิดกันการรับรูปเหตุผลที่เขาเสนอ เอาแต่เชื่อความคิดของคุณโดยไม่เปิดใจเลย พร้อมด้วยเหตุผลที่ถ้าเป็นผมผมจะไม่กล้าพิมพ์ออกมาเด็ดขาด เพราะมันรับฟังไม่ได้เลยครับ สำหรับผมจะเรียกว่าการ
“แถไปเรื่อย” มากกว่าเหตุผลครับ

อย่าโกรธกันนะ แต่คุณกำลังเป็นแบบนั้นจริงๆ

จากคุณ : บัตรผ่าน ZERO – [ 7 ส.ค. 50 06:55:29 A:124.120.94.13 X: TicketID:118563 ]

ความคิดเห็นที่ 80

*-* เข้ามาดูคนคุยกัน

ปล. นู๋ก็ยังคิดว่าเกมทำให้คนก้าวร้าวอยู่ดี แต่อย่างที่บอก มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อม หรือจะบอกว่าไม่จริงเวลาโดนเกรียนในเกมเล่นงานเราจะรู้สึกหงุดหงิดสุดๆ จนแสดงกิริยาบางอย่างซึ่งในชีวิตปกติเราจะไม่เคยแสดงออกมาเลย

จากคุณ : joyka – [ 7 ส.ค. 50 09:32:29 ]

ความคิดเห็นที่ 81

…………

จากคุณ : knine2five – [ 7 ส.ค. 50 09:43:38 ]

ความคิดเห็นที่ 82

สงสัยอย่างนึงว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่สอนหัวข้อ ปัญหาสังคม ในการเรียนวิชาสังคมในระดับชั้นม.ปลายกันแล้วหรือไงหว่า? ถึงยังมีคนแยกแยะไม่ออกว่าปัญหาสังคมต่างกับปัญหาส่วนตัวตรงไหน และทำไมรัฐต้องเข้ามาจัดการควบคุมปัญหาสังคมด้วย จริงๆน่าจะเป็นสิ่งพื้นฐานที่ได้เรียนมาแล้วนา

จากคุณ : ….4จุด – [ 7 ส.ค. 50 11:13:43 ]

ความคิดเห็นที่ 83

เราคิดว่าสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเด็กทุกอย่างส่งผลให้เด็กมีความก้าวร้าว หรืออุปนิสัยของเด็ก เกมส์มันเป็นแค่ปัจจัยหนึงที่ถูกขึ้นมาเพื่อให้มันดูเป็นผู้ร้ายที่ชัดเจนเท่านั้นเอง จะบอกว่ามันไม่มีผลก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่…มันก็ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องแก้ไขแบบต้นตอของปัญหา คุณจะยกอะไรมาเป็นเครื่องชี้นำให้เด็กมีความก้าวร้าวรุนแรง หรืออะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นละคร หนัง หนังสือ สื่อ พ่อแม่ บุคคลรอบตัวเด็ก ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ เฮ้อ..

เคยทำงานเป็นคนคุมร้านเกมส์
คนที่เล่นเกมส์ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์
และตอนนี้ทำงานกับเด็กโดยตรง คือเป็นครูพิเศษ ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง และใช้เกมส์เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียน การสอน และการดึงดูดความสนใจของนักเรียน(สอนคอมฯ)

อยากให้ผู้ใหญ่ของบ้านเมืองสนใจในสถาบันครอบครัวมากกว่า หากคุณสามารถควบคุมดูแลการเล่นเกมส์ของเด็ก และระบบของเกมส์ที่ให้บริการในร้านได้แล้ว แต่ ปัญหาในครอบครัวยังมีอยู่ พ่อ กินเหล้าเมาเตะแม่ หรือแม่เล่นไพ่ เล่นหวย ทะเลาะด่าทอ คำหยาบคายหลุดจากปาก บุพการีเอง มันจะมีประโยชน์อะไรคะ

ตัวอย่างนะคะ ที่เคยเห็นมา มีผู้ปกครองบางท่านมาตามลูก หลานที่นั่งเล่นในร้านเกมส์ หนีหรือแอบมาก็ตาม สิ่งที่ได้ยินคือ
“ไอ้เวร (ไอ้เฮีย หรือ สัตว์ แล้วแต่ท่านจะเรียกออกมา) มรึงมาเล่นอยู่นี่เองหรอ เด๋วเถอะ มรึง กรูบอกให้กลับบ้านเด๋วนี้เลย” มือ ตบหัวเด็ก หรือทุบตีตามร่างกาย อืม..ค่ะ เกมส์ทำให้เด็กมีความก้าวร้าว – -.

ปัจจัยหนึ่งเท่านั้นค่ะ เกมส์ สำหรับความคิดของเรา และไม่ใช่ปัจจัยหลักด้วย

จากคุณ : Nasther – [ 7 ส.ค. 50 11:47:15 ]

ความคิดเห็นที่ 84

ถึงความคิดเห็นที่79 ผมไม่เห็นว่าความเห็นของคุณจะให้ประโยชน์
กับกระทู้นี้มากกว่าความเห็นของผมตรงไหน (ขอโทษนะในความเห็นของผมผมคิดอย่างนั้น) การตินั้นมั้นง่ายครับ อ้างอิงอะไรก็ไม่ต้องมี

เรื่องชาวนานั่นก็ไม่เกี่ยวกับกระทู้เลยครับ นั่นแค่ขยายความ
ในคำว่าติดแบบผิดๆ ใช่แบบผิดๆ เพราะผมเห็นหลายๆคนกำลังใช้คำผิดๆ

ผมกำลังแสดงให้เห็นว่าจริงๆแล้วที่เด็กติด ไม่ใช่ตัวเกมส์จริงๆ

ขออภัยคนอื่นๆทุกคนนะครับที่รบกวน
หลังจากความเห็นนี้ผมคงไม่สนใจบัตรผ่านคนนี้ละ

นับถือทุกท่านครับ ด้วยจิตคารวะ

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 14:21:28 ]

ความคิดเห็นที่ 85

ก็เพราะคุณไม่เห็นว่าความเห็นคุณได้รับความเชื่อถือไง คุณถึงต้องออกมาพูดแบบนี้ง

อีกอย่างเรื่องบัตรผ่าน ถ้าจะมาตั้งแง่ว่าเป็นบัตรผ่านไม่ควรให้ความสนใจ ผมว่าความคิดคุณยิ่งไม่น่าเชื่อถือ เพราะว่าจะดูคนให้ดูที่เหตุผล ไม่ใช่มาดูพื้นฐานของเขาว่าเป็นบัตรผ่านหรือสมาชิก ถ้าคุณคิดแบบนี้ คุณก็ไม่ควรจะมาตอบคำถามแล้วครับ คุณไม่เปิดใจเลยนี่นา

อีกอย่าง ผมก็พิมพ์ไปเพื่อจะอธิบายให้คุณฟัง ไม่ได้จะให้ประโยชน์กับคนอื่น ถ้าคุณไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่ผมพิมพ์นั้นก็มาจากความสามารถในการรับรู้เหตุผลของคุณมากกว่า ที่ไม่สามารถจะรับสิ่งที่ผมเสนอได้ หรือว่าไม่จริงครับ

ขนาดคุณเองที่ผมเห็นว่าวิเคราะห์วิจารณ์อะไรเก่งน่าดู กลับยังไม่เข้าใจเหตุผลง่ายๆ แล้วจะไปเอาอะไรกับเด็กหลายๆคนล่ะครับ

ต่อให้คุณเป็นสมาชิก ผมก็คงจะไม่มาสนใจแล้วล่ะ เพราะคำว่าสมาชิกไม่ใช่เครื่องหมายว่า คำพูดต้องน่าเชื่อถือกว่าบัตรผ่านครับ คุณกำลังเข้าใจผิดอย่างแรงแล้วล่ะ

จากคุณ : บัตรผ่าน ZERO – [ 7 ส.ค. 50 15:23:40 A:124.120.94.13 X: TicketID:118563 ]

ความคิดเห็นที่ 86

เด็กติดเกมถ้าเทียบกับจำนวนคนเล่นเกม มันก็น้อย แต่…

ที่ว่าน้อยน่ะจำนวนเยอะนะครับ ใครเคยทำงานร้านเกมช่วยมายืนยันหน่อย น่ากลัวจริงๆนะครับปัญหานี้..

ถ้าใครนึกภาพไม่เห็นลองสุ่มเที่ยวแวะไปตามร้านเกมซัก10ร้าน ไปทุกวันซัก 2 เดือน คุณจะเห็นโลกอีกใบนึงที่คุณจะไม่อยากเชื่อเลยทีเดียว

ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบเล่นเกม แม้ว่าจะไม่เก่งขนาดเรียกตัวเองว่าเป็นเกมเมอร์ แต่ผมก็เห็นถึงข้อดีของเกม เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ เล่นแล้วได้อะไร มีลูกผมก็อยากซิ่ง Need for speed กะเค้า อยากท่องไปในออนไลน์กับเค้า มันคงสนุกพิลึก

แต่ความมืดด้านมืดของเกมมันมี ผมไม่อยากให้ลูกผมจมดิ่งไปในด้านนั้น ผมไม่อยากให้ลูกผมเล่นเค้าเตอร์แล้ว โวยวาย ทะเลาะออกไปต่อยกับเพื่อนที่หน้าร้าน ไม่อยากเห็นลูกผมลูทของแจมมอนสเตอร์หรือไปเทรนใส่ใคร ผมไม่อยากให้ลูกผมเล่นตั้งกะเช้าถึงเย็น จนคุณย่าคุณยายต้องมาตาม

ทุกสิ่งมีดีมีเสียในตัวมัน ไอ้ที่ดีต้องส่งเสริม ไอ้ที่เสียต้องควบคุม เหมือนยารักษาโรค บางชนิดมันเป็นยาเสพติด ใช้ได้ จำเป็น แต่ต้องควบคุม

เกมก็เหมือนกัน เล่นได้ แต่ต้องควบคุม มีกรอบมีกติกา ถ้าเราทำไม่รู้ไม่เห็นไม่สนใจ สุดท้าย เมื่อมันมาถึงสนามหน้าบ้านคุณมันก็สายเสียแล้ว(ชอบคำพูดนี้ของคุณ 4 จุด จังเลย ขอยืมใช้นะครับ)

จากคุณ : Disorder – [ 7 ส.ค. 50 15:24:27 ]

ความคิดเห็นที่ 87

ตามความเห็นของคุณDisorderนะครับ ผมเห็นอย่างที่คุณเห็นครับ
เห็นเด็กตามร้านเกมส์ เห็นเด็กไปทุกวัน

แต่ ที่ผมพูดมากว่าครึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเด็กไม่ได้ติดที่ตัวเกมส์ครับ
ต่างกันทั้งจุดเริ่มและทางแก้ใข มันมีส่วนร่วมอันเดียวกันแค่ว่า ทั้ง2กลุ่ม
เล่นเกมส์แค่นั้นเอง

พูดถึงเรื่องติดเอาใกล้ขึ้นมาอีกหน่อย
คนติดยา ถ้าเรากำจัดยาได้ ก็จะแก้ปัญหาได้ถูกไหม?
คนติดเกมส์ละ ถ้าเรากำจัดเกมส์ออกไปได้ ควรจะแก้ปัญหาใช่ไหม?

เด็กกลุ่นนี้จะกลับไปอ่านหนังสือใช่ไหม?
เด็กกลุ่มนี้จะกลายเป็นคนดีของสังคมเลิกลักขโมยเลิกโดดเรียนใช่ไหม?

คำตอบก็อยู่ในใจอยู่แล้วครับ

เพราะฉะนั้นเมื่อเกมส์ไม่ใช่ตัวหลักแต่เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น
การไปกล่าวโทษมัน=หาแพะ นั่นแหละ

จากคุณ : Papiyongpi – [ 7 ส.ค. 50 15:39:43 ]

ความคิดเห็นที่ 88

อย่างกรณีของคุณ Nasther ที่บอกมานั้นล่ะครับใช่เลย

เกมเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่สาเหตุหลัก ถ้าตามประสบการณ์ที่คุณNasther เจอมาต่อให้เด็กคนนั้นไม่เล่นเกม ติดเกม เขาก็อาจจะเป็นคนไม่ดีได้ เพราะดูจากพื้นฐานของครอบครัวแล้วมันส่อให้ไปในทางไม่ดี

แต่ทีนี้ถ้าเด็กนั้นดันเสพ “เกม” มากเกินไป (เกมรุนแรง) มันก็ยิ่งจะช่วยเสริมผลให้ก้าวร้าวมากขึ้นครับ แต่ไม่ใช่ว่าต้องทุกกรณีเสมอไป มันต้องดูปัจจัยอย่างอื่นประกอบด้วย ไม่ใช่มาฟันธงว่าเพราะเกมเนี่ยล่ะทำให้เด็กก้าวร้าว ถ้าจะมาบอกแบบนี้ผมเองก็ไม่ยอมรับ(เพราะผมเองก็เล่นทั้งเกม ทั้งอ่านการ์ตูนเยอะมากๆเช่นกัน)

ที่ผมกล้าพูดแบบนี้เพราะว่า ครอบครัวผมก็ออกทำนองนั้นครับ ผมก็ยอมรับว่าผมติดเกมช่วงหนึ่ง(เรียกว่าบ้าเลยล่ะ เล่นตั้งแต่เย็นยันเช้าของอีกวัน) ที่บ้านผมพื้นฐานก็ไม่เคยอบรมสั่งสอนเท่าไร เพียงแต่พ่อแม่ผมไม่เคยทำตัวอย่างที่ไม่ดีให้ผมเห็น และผมก็คบแต่เพื่อนดีๆ เลยไม่เสียไปด้วย ดังนั้นจึง”ไม่เคย” ทำอะไรไม่ดีลงไป แต่ก็มีบางครั้งที่”เกือบหลุด” ทำเหมือนกับสิ่งที่ได้เล่นไปในเกมไป เพราะเอาความรู้สึกที่รับรู้ได้ตอนเล่นเกมมา “เป็นอารมณ์” ก็ในเกมเราจะเก่งไงครับ เจอศัตรูเหรอ “จัดการฆ่าซะ มันสุดๆ” เห็นศัตรูไม่ว่าจะอ่อนแอกว่ารึเปล่าไม่สน ต้องฆ่าอย่างเดียวเท่านั้น เพื่อจะได้พลังเยอะๆ แต่ในความเป็นจริงเราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะมีกฎหมายบังคับอยู่ แต่ก็ไม่แน่ถ้าผมสามารถทำผิดกฎหมายได้โดยที่ไม่ต้องรับโทษ ผมอาจจะทำอะไรไม่ดีลงไปแล้วก็ได้ (ไม่ใช่ว่าจะฆ่านะ -*- แค่สั่งสอนให้รู้สึกนึก แต่ความเป็นจริงผมไม่ได้เก่งอะไรเหมือนตัวละครในเกมนี่นา ทั้งที่ใจอยากจะทำ) เหมือนกับที่เกิดในปัจจุบันคนบางคนกล้าทำผิดกฎหมายโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกลงโทษ

จากคุณ : บัตรผ่าน ZERO – [ 7 ส.ค. 50 15:55:14 A:124.120.94.13 X: TicketID:118563 ]

ความคิดเห็นที่ 89

แล้วตกลงคุณ Papiyongpi เข้าใจคำว่า”ติดเกม”มั้ยครับ?

คุณไปยกตัวอย่างกับยาเสพติด ถ้ากำจัดยาเสพติดหมดไป คนเสพก็จะไม่มี
ถ้ากำจัดเกมหมดไป คนติดเกมก็จะไม่มี

ถูกครับ แค่บางส่วน เพราะไม่มีใครโทษเกมจนถึงขนาดคิดจะกำจัดมันไปหรอกครับ
(แม้แต่ในข่าวนี้ (ไม่รู้ว่าคุณได้อ่านหรือเปล่า) ก็ไม่ได้กล่าวโทษเกมเลย
เค้าพูดถึงปัญหาเด็กติดเกมต่างหาก))

ยาเสพติดอย่างบุหรี่หรือเหล้าล่ะครับ สิ่งเหล่านี้ก็ถูกควบคุมไม่ใช่เหรอ
ถ้าเกมจะถูกควบคุมอย่างเหมาะสมบ้างล่ะครับ?

อย่างเช่นการกำหนดอายุในเกมแต่ละประเภท การกำหนดเวลา
หรือการจัดระเบียบร้านเกมให้มีความเหมาะสม
คุณคิดว่าจะช่วยได้มั้ย?
แก้ไขเมื่อ 07 ส.ค. 50 21:53:07

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 7 ส.ค. 50 21:52:43 ]

ความคิดเห็นที่ 90

มันก้โบ้ยกันไปทั่ว เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่กันทั้งนั้น
ผู้ใหญ่ก้โบ้ยเกม เด็กก็โบ้ย ละครทางทีวี ยาเสพย์ติด
ก็เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ทั้งนั้น
และจะบอกว่าที่เด็กติดหนะมันมั่ยชั่ยเกมหรอก
มันเป็น”สังคม”ในเกมส์ต่างหากเล่า คุณลองเล่นเกมออฟลายดูสิ
คุนจะเล่นได้ซักกี่ชั่วโมงเชียวฮ่ะ
ส่วนเรื่องแสดงความก้าวร้าวมันก้มีส่วนผมยอมรับ
แต่มันไม่มากพอที่จะทำให้เด็กไปสิ่งเอาปืนไล่ยิงคนอื่นหรอก
ส่วนไอที่บอกว่างัดรถตำรวจไรนั่นคุณว่ามันมาจากเกมส์อย่างเดียวหรอ?
เกมส์มันจะมีภาพที่ละเอียดมากมายขนาดที่แบบว่าชัดขนาดต้อง
ทำหยั่งงี้นะวิธีนี้นะอย่างงี้เลยหรอ?
มันไม่ได้มาจากสื้อละคร? ภาพยนตร์หรอครับ
ส่วนเรื่องการพนันผมก้เห็นด้วยแต่ไม่มากนัก
ส่วนเรื่อง Sex นี่มันแทบจะน้อยมาก คุณคิดว่าเด็กเขาแยกแยะไม่ออกหรอคับ?ว่าในสังคมของโลกออนไลน์หนะ มันหาความจริงใจได้ที่ไหน?
ใช่ครับมันอาจจะมีแต่ก็ไม่ถึงขั้นมาเป็นสามีภรรยากันหรอกครับ
หัดมองความจริงและมุมมองในหลายๆด้านมั่งครับมั่ยชั่ยสักแต่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ อยากจะขำจริงๆ อาจารย์ที่โรงเรียนยัง”คอรัปชั่น”เงินทำบุญเลยครับ ฮ๊ะ ฮ๊ะ มันมาจากเกมส์หรอครับ ? นั่งเรียนส่งใบตอบรับร่วมทำบุญมา20ใบพร้อมเงินสดแล้วงั้นครับ? อาจารย์เก็บไว้ซัก3ใบ แล้วบอกทางโรงเรียนว่าเด็กคนนั้นไม่ได้ส่งใบตอบรับเนื่องจากไม่ทำบุญ นี่เป็นเรื่องจริงครับ แต่สังคมจะยอมรับในจุดนี้มั้ย อย่ามัวแต่มองภาพพจน์ว่าเขาเป็นอาจารย์แล้วเขาจะไม่ทำเรื่องอย่างนี้ มันไม่จริงครับ สังคมสมัยนี้มัน เสื่อมทราม ขอโทดที่นอกเรื่องครับ แต่มันคือเรื่องจริง! ที่ทุกคนต้องยอมรับ
ลืมตาดูโลกแห่งความเป็นจริงได้แล้วครับ อย่าเอาแต่หดอยู่ในกะลาเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่
ถึงจะแค่บัตรผ่านก้ช่วยอ่านหน่อยเหอะ

จากคุณ : Nut`JuNg – [ 8 ส.ค. 50 00:32:29 A:58.136.244.145 X: ]

ความคิดเห็นที่ 91

ผมจะอธิบายยังไงดีครับ ว่านี่ไม่ใช่การกล่าวโทษ หรือโยนความผิดไปที่เกม
แต่เค้ายกปัญหานี้มาพูดถึง ไม่ใช่ว่าเค้าจะเหมาเอาว่า เกมเป็นสิ่งผิดเพียงอย่างเดียว
ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิ่งอื่นที่ผิดแล้ว เกมมันผิดอย่างเดียว

ผมอาจจะอ่านข่าวแล้วไม่เข้าใจก็ได้ แต่ตรงไหนเหรอครับที่เค้าบอกว่าไม่ดี
อย่างอื่นดีหมด เกมนั่นแหละที่ไม่ดี ควรจะห้ามเด็กเล่น มีตรงไหนเขียนไว้ครับ?

คุณจะเรียกว่าติดเกม ติดสังคมในเกม หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่เอาเป็นว่า เด็กที่เอาแต่เล่นเกม อยู่แต่กับเกม กับร้านเกมจนเกินพอดีเนี่ย
นั่นก็เป็นปัญหาที่ต้องเข้าไปดูแลบ้างอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ?
เพราะอย่างน้อยๆ แม้จะยังไม่เห็นชัดว่ามันส่งผลถึงความก้าวร้าว
แต่ที่เห็นชัดๆ ก็คือมันทำให้เค้าขาดระเบียบวินัย ผลการเรียนตกต่ำ
(อ้อ ผมต้องย้ำอีกรอบสินะครับว่า ในรายที่เป็นปัญหา)

ส่วนเรื่องก้าวร้าว จะจริงหรือไม่ ข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดตอนนี้มันคงยังไม่มีหรอกครับ
แต่หลายคนคงคิดว่ามีผล จะมากหรือน้อยก็คงจะแล้วแต่ประสบการณ์ที่เจอ
คิดว่านี่ก็เป็นโลกของความเป็นจริงนะครับ

ส่วนเรื่องอาจารย์คอรัปชั่น ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่คุยกันอยู่ครับ มันเป็นอีกหนึ่งปัญหาของสังคม
ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง อยู่ในโลกของความเป็นจริงของน้อง
แต่มันคนละเรื่องกับปัญหาที่เราคุยกันอยู่ตอนนี้นะครับ

น้องก็ควรจะลืมตาดูจริงๆ จังๆ ซะทีว่าผู้ใหญ่ไม่ได้แค่นั่งโทษโน่นนี่นะครับ
ถึงจะความเห็นไม่ตรงกับน้อง ก็ช่วยลองทำความเข้าใจดูหน่อยเถอะครับ

ปล. ถ้าน้องไม่จงใจเขียนหนังสือผิด จะดูดีขึ้นมากเลยครับ

ขออีกนิดนะครับ
สำหรับคุณ Papiyongpi ที่คุณบอกว่า ถึงเด็กจะไม่ติดเกม
เค้าก็ไม่อ่านหนังสือ หรือเป็นคนดีอยู่ดีนั้น
ผมคิดว่าเค้าก็อาจจะไม่อ่านครับ หรืออาจจะอ่านก็ได้
เค้าอาจไปติดยา หรืออาจจะไปเล่นกีฬาก็ได้
แต่ที่แน่ๆ ถ้าเค้ายังติดเกม หรือคลั่งเกมในแบบที่คุณบอกอยู่
เค้าก็ไม่มีทางกลับมาอ่านหนังสือ หรือเล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมอื่นเลย

ผมนึกถึงประโยคน้ำเน่า แต่โดนใจประโยคนึงเลย
ถ้าคุณบอกรักออกไป ก็อาจจะได้เป็นแฟนกัน หรืออาจอกหักก็ได้
แต่ถ้าคุณไม่บอกไปยังไงมันก็ไม่ได้เป็น
(อี๋ เหม็นกลิ่นน้ำเน่า)

ดังนั้นถ้าไม่ลองดึงเค้าออกมา ปล่อยเค้าไว้อย่างนั้น
เค้าก็จะไม่มองเห็นหนังสือหรอกครับ : )

คำตอบในใจผม ก็เหมือนที่บอกคุณไปแล้วครับว่า
“เด็กก็อาจจะอ่านหนังสือ หรือไม่อ่านก็ได้
เด็กอาจจะไปติดอย่างอื่น หรือไม่ติดก็ได้”

ขอถามคุณ Papiyongpi อีกข้อ
ที่คุณบอกว่า เด็กไม่ได้ติดตัวเกม ตกลงเค้าติดอะไรครับ?
และวิธีแก้ปัญหามันต่างออกไปอย่างไร?

ปล. สำหรับคนที่คอยไล่ไปให้ดูปัญหาอื่นนะครับ ผมก็ขอพูดอีกครั้งว่า
เค้าไม่ใช่ว่าไม่สนใจปัญหาอื่น แค่ว่าปัญหาเรื่องเกม มันก็เป็นอีกปัญหานึง
ที่เราเอามาพูดถึง ปัญหาในสังคมมีเยอะ หลายอย่างผมว่าเป็นเหตุ เป็นผลของกันและกัน
อาจมีปัญหาที่ใหญ่กว่า หรือเล็กกว่า ในหนึ่งปัญหา มีสาเหตุได้จากหลายสาเหตุ
และแสดงผลออกมาได้หลายอย่างเช่นกัน

แต่แค่ว่าเราหยิบยกปัญหาเรื่องติดเกมมาพูด ไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมรับปัญหาอื่นนะครับ
เพียงแต่ถ้าเอามาพูดทั้งหมด มันจะจบเรื่องกันมั้ยเนี่ย?

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 8 ส.ค. 50 15:34:52 ]

ความคิดเห็นที่ 92

บังเอญกลับมาดูครับ

คำตอบส่วนใหญ่มีอยู่ในความเห็นที่58กับ72นะครับที่ถาม

ถ้ายังไม่เข้าใจ ก็ต้องแยกประเด็นให้ได้ก่อนครับ
ในความเห็นของผม ถ้ายังเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่าติดเกมส์อยู่ก็ยังไม่เข้าใจ
ถึงปัญหาจริงๆได้หรอกครับ

เสียที่ไหนมันก็ต้องซ่อมที่นั่นครับ
รถคุณไฟหน้าแตกคงไม่ต้องไปเปลี่ยนล้อใหม่มั้งครับ

แล้วคำว่าอาจจะดีขึ้นนะมันไม่มีนำหนักพอจะออกกฏคุมคนทั้งประเทศ
หรอกนะครับ ลองเทียบกับตัวเองดูก็ได้ครับ
อยู่ๆทั้งประเทศมีกฏ ห้ามเล่นอินเตอร์เนต เพื่อที่จะทำให้คนขยันทำงาน
มากขึ้น

ทุกวันคุณเลิกงานเสร็ดเวลาพักก็เข้าอินเตอร์เนต
อยู่มาวันนึงมีกฏนี้มา คุณจะใช้เวลาที่ปกติใช้เล่นอินเตอร์เนต
กลับไปทำงานมากขึ้นสนองนโยบายรัฐบาลไหมละครับ

คำว่าอาจจะของคุณนำหนักมันอ่อนมากๆ

จากคุณ : Papiyongpi (Papiyongpi) – [ 8 ส.ค. 50 17:17:33 ]

ความคิดเห็นที่ 93

เอ่อ ตกลงคุณพูดถึงเรื่องอะไรกันเนี่ย ประเด็นอะไรที่คุณพูดถึง?

ขอคำตอบชัดๆ ว่าคุณเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่าอะไรครับ?
ในความเห็น 58 อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจว่าจะสื่อว่าอะไร?

(ผมอ่านแล้วเข้าใจว่า คุณจะบอกว่า เด็กที่ติดเกม มีปัญหาที่ลักษณะส่วนตัวของเค้า
ดังนั้นถึงเค้าไม่ติดเกม ก็จะไปติดอย่างอื่นถูกมั้ยครับ)

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 8 ส.ค. 50 19:35:18 ]

ความคิดเห็นที่ 94

ที่ผมต้องการจะบอกในความเห็นที่58ก็คือ

คนเราเมื่อแบ่งเวลาออกเป็นเวลาทำงานกับเวลาพักแล้ว
เมื่อคิดเป็น% ตัวเลข%ของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน

อย่างเช่น ของคุณ ทำงาน 70%พักผ่อน 30%

ของผม ทำงาน65%พักผ่อน 35%

เป็นสัดส่วนต่อวันๆนึงของคนๆนั้นครับ
สัดส่วนนี้จะไม่เพิ่มหรือลดไปจนเห็นได้ชัดหรอก
ไม่ว่าจะมีกฏหรืออะไรมาบังคับคุณมากขึ้น เช่นห้ามเล่นเกมส์
หรือห้ามเปิดอินเตอร์เนต

พฤติกรรมอาจเปลี่ยนครับแต่สัดส่วนยังคงเดิม

สัดส่วนนี้จะเปลี่ยนไปได้ต่อเมื่อเป็นความตั้งใจของเจ้าตัวเองเท่านั้นครับ

ป.ล.ผมอธิบายใน58ไม่ดีจริงๆนะแหละครับ เพราะไม่ได้เรียบเรียงมาก่อน

จากคุณ : Papiyongpi – [ 8 ส.ค. 50 19:54:45 ]

ความคิดเห็นที่ 95

ขอโทดนะครับที่ใช้คำเวลาพิมพ์ผิดๆ แค่ผมต้องการแสดงความคิดเห็น
คุณก็ไม่น่าต้องนอกเรื่องนิครับ ส่วนที่ผมแสดงความคิดเห็นเรื่องอาจารย์
คอรับชั่นนั่นผมก็บอกอยู่ว่าผมนอกเรื่อง เพื่อ?ผมต้องการเปรียบเทียบ
คุณก็ควรจะใช้คำให้ถูกๆหน่อยนะครับ เขาเรียกว่า “เกมส์ครับ” ไม่ใช่”เกม”
และทีผมบอกว่าเขาติดสังคมในเกมนั้นผมก็ไม่ได้นอกเรื่องครับ หัดยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง ปัญหาเด็กติดเกมส์ก้คือ เกมส์อย่างเดียวมันไม่สามารถทำให้เด็กมาเล่นทั้งวันทั้งคืนได้หรอกครับ

ผมนึกถึงประโยคน้ำเน่า แต่โดนใจประโยคนึงเลย
ถ้าคุณบอกรักออกไป ก็อาจจะได้เป็นแฟนกัน หรืออาจอกหักก็ได้
แต่ถ้าคุณไม่บอกไปยังไงมันก็ไม่ได้เป็น

คุณต้องการจะสื่อถึงอะไรครับ? ไม่ทราบว่ามันเกี่ยวกันตรงไหนครับ

ที่คุณบอกว่า เด็กไม่ได้ติดตัวเกม ตกลงเค้าติดอะไรครับ?
และวิธีแก้ปัญหามันต่างออกไปอย่างไร?

ผมก็บอกอยู่แล้วไงครับว่าเด็กเขาติดอะไร “สังคมในเกมส์ออนไลน์”ยังไงหละครับ เกมส์ที่เล่นอย่างเดียวไม่มีการพูดคุยกันไม่สามารถทำให้คุณเล่นได้ทั้งวันทั้งคืนหรอกครับ ยกตัวอย่างได้จากเกมส์ดังเกมส์หนึ่ง Ragnarok
คุณรู้มั้ยที่คนเลิกเล่นเกมส์นี้ไปเยอะเพราะอะไร?
นั่นก็เพราะเกมส์นี้มีแต่การใช้โปรแกรมโกง ซึ่งนั่นก้คือ บอท มันทำให้ผู้เล่นหายหมดเหมือนเป็นการเล่นแบบโดดเดี่ยวบอทเอาเพื่อต้องการเก่ง และผลเป็นยังไงครับ คนหายหมด หายไปเยอะมาก เพราะอะไรครับ?
เพราะ”สังคมในเกมส์”มันเปลี่ยนไปยังไงหละ

และอีกอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าเขาโยนความผิดมาที่เกมส์นะครับแต่ผมแค่คิดว่า ควรจะมาจริงจังเรื่องอื่นได้แล้ว ประเทศบ้านเมืองเราเอาแต่นั่งทะเลาะกัน คุณรู้มั้ยครับชาวต่างชาติเขาคิดอะไรกันแล้ว?
เขาคิดที่จะแก้ปัญหาโลกร้อนกันแล้วครับ คิดเผื่อดาวอังคารว่ามนุษย์จะไปอยู่ได้มั้ย? ไม่มานั่งทำอะไรที่มันไร้สาระกันหรอกครับ เพราะอย่างนี้แหละ
ประเทศมันถึงไม่เจริญซะที มีแต่การโกงกิน มีแต่การจับผิด
ทั้งๆที่เกมส์ มันไม่น่าจะมามีปัญหาเลยด้วยซ้ำ เราก็ทำการจัดRateซะ
ลองคิดในแง่ดีดูมั่งนะครับ เด็กติดเกมส์ยังดีกว่า เด็กไปติดยาเสพย์ติด ยกพวกตีกัน ทำตัวป่วนเมืองไปวันๆ ขับรถซิ่ง แต่ท่าจะบอกว่าสาเหตุมันก็มาจากเกมส์ส่วนหนึ่ง มันก็เป็นแค่จุดเล็กๆเท่านั้นแหละครับแต่จริงๆแล้วมันมากจากพื้นฐานทางครอบครัวและเพื่อนฝูงมากกว่านะครับ
ลองมองไรในแง่ดีมั่งครับ แล้วมันจะดีเอง พ่อแม่ผมก็ยังดีใจนะครับถึงแม้ว่า
ผมกลับมาจากโรงเรียนก็จะตรงเข้าเปิดคอมพิวเตอร์ แต่ท่านก็ยังดีใจที่ลูกของท่านคนนี้ไม่ได้ติดยาเสพย์ติด หรือ สุรา หรือ บุหรี่ หรือออกไปก่อความรำคาญให้แก่ชาวบ้าน และเกรดเฉลี่ยผมก็ไม่ได้ตกเลยแม้แต่นิดเดียว กลับเป็นแรงผลักดันทำให้ผมตั้งใจเรียนด้วยซ้ำ เนื่องจากเราได้ทำสิ่งที่เราชอบแล้วอะไรอะไรก็จะดีไปหมดครับ “มองโลกใน่แง่ดีมั่งครับ”
เขาถึงได้มีคำคำนึงไงครับ
เด็กหนะเถียงยังไงก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีทางชนะผู้ใหญ่ได้หรอก?
แต่ก็ขอเถียงหน่อยเหอะ ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่า”ผู้ใหญ่ถูกเสมอ”

ปล.คนเดียวกับ Nut`JuNg ครับ

จากคุณ : Nut`tiey (Nut`tiey) – [ 8 ส.ค. 50 20:59:31 ]

ความคิดเห็นที่ 96

ฝรั่งเค้าคิดเรื่องดาวอังคาร แต่เค้าก็คิดแก้ปัญหาเด็กติดเกมดวยครับ ใครทำหน้าที่อะไรก็รับผิดชอบงานของตนเองครับ หน้าที่ใครหน้าที่มัน อย่าอ้างเลยครับ ว่าให้ไปทำเรื่องโน้นเรื่องนี้ อายเค้าเปล่าๆ

จากคุณ : Disorder – [ 9 ส.ค. 50 00:04:29 ]

ความคิดเห็นที่ 97

ถ้าอ่านของผมดีๆ ก็เข้าใจว่าผมจะสื่อว่าอะไรครับ
แต่ไม่เกี่ยวกับความคิดของน้องครับ ไม่ได้พาดพิงถึง

รู้สึกว่าข้างล่างผมจะระบุชื่อไว้แล้วนะครับว่าผมกำลังคุยกับใคร

ส่วนความเห็นของน้องข้างล่างๆ อย่างให้อ่านความเห็นเก่าๆ ของหลายๆคนนะครับ
พูดถึงไปหมดแล้ว
(ลองอ่านเฉพาะความเห็นที่ 18 ก็ได้)

เอ่อ แล้วอีกครั้งนะครับ สำหรับน้องที่พยายามจะให้ไปแก้เรื่องอื่น
ลองอ่านความเห็นของผมตรงช่วงสองย่อหน้าสุดท้ายดูนะครับ : )
แก้ไขเมื่อ 09 ส.ค. 50 00:15:01

แก้ไขเมื่อ 09 ส.ค. 50 00:10:09

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 9 ส.ค. 50 00:08:18 ]

ความคิดเห็นที่ 98

ผมเข้าใจที่คุณจะสื่อแล้วครับคุณ Papiyongpi

ดังนั้นคุณจึงพยายามจะบอกว่า เราต้องแก้ที่ความตั้งใจของตัวเด็กใช่มั้ยครับ?

จากคุณ : Jumping Monkeyy – [ 9 ส.ค. 50 00:11:46 ]

ความคิดเห็นที่ 99

ตามที่ผมเข้าใจ คุณ Papiyongpi กำลังบอกว่า เกมไม่ผิด บริษัทเกมไม่ผิด แต่เด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองที่ผิด ถ้าจะแก้ให้แก้ที่ตัวเอง อย่าโทษเกม ใช่ไหมครับ ?

จริงอยู่แม้ต้นตอของปัญหาจะไม่ได้เริ่มต้นจากเกม
คือพ่อแม่ไม่ได้ใช้เวลากับลูกมากพอ เด็กไม่มีอะไรทำ เลยไปเล่นเกม
แต่เมื่อเกมเข้ามามีส่วน คือเกมกลายเป็นที่พึ่งของเด็กที่ไม่มีอะไรทำ
ก็แสดงว่า เกม มีส่วนร่วมในปรากฏการนี้ และ เกมทำให้เกิดปัญหาขึ้น คือ ปัญหาเด็กติดเกม

คุณกล่าวประมาณว่า ถ้าเด็กจะเก เด็กก็จะเกอยู่ดี แม้จะไม่มีเกม แต่ก็จะมีอย่างอื่นมาแทน
เมื่อก่อนไม่มีเกม ก็มีเด็กเกอยู่
ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ
คุณคงจะเห็นว่า ปัจจุบัน เกมดึงเวลาจากเด็กมากมาย ซึ่งเป็นปัญหาใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เมื่อก่อนอาจจะมีเด็กที่ออกนอกลู่นอกทาง ไปเที่ยวเล่น เตร็ดเตร่ ติดยาอยู่บ้าง
แต่มันก็ไม่เยอะเท่าจำนวนเด็กที่มีปัญหาเด็กติดเกมในปัจจุบัน
มันแสดงว่า เกม มีผลต่อสังคมในปัจจุบันจริงๆ ด้วยการมอมเมาเด็กกลุ่มใหญ่ๆกลุ่มนึงให้หลงติดกับมันอยู่
ซึ่งถ้าสมมุติว่าออกกฏให้ปิดเกม (สมมุตินะครับ)
เด็กบางส่วนก็อาจจะหันไปติดอย่างอื่นต่อ
บางส่วนอาจจะติดยาติดสิ่งไม่ดีไป
แต่บางส่วนอาจจะหันไปพักผ่อน เล่นกีฬา เล่นดนตรี เอาเวลาไปคิดอะไรสร้างสรรค์จรรโลงสังคมก็ได้
ฉะนั้น ไม่ควรมองอะไรด้านเดียวครับ

คุณบอกว่า เด็กต้องคิดด้วยตัวเอง ต้องแก้ด้วยตัวเอง จึงเป็นทางแก้ที่ถูกต้อง
นั่นก็ถูกทางทฤษฎีครับ แต่ใช้ไม่ได้ในทางปฏิบัติ(ผมก็เคยคิดง่ายๆสั้นๆแบบคุณนี่แหละครับ แต่ถ้าคิดต่ออีกนิด คุณจะพบว่ามันไม่มีอะไรง่ายหรอก)
ผมถามว่า เด็กที่อ่อนด้อยวุฒิภาวะ เด็กวัยรุ่นที่ีฮอโมนกำหนดให้อารมณ์แปรปรวน ผันผวนง่าย
เด็กเหล่านี้จะมีความสามารถที่จะรู้และแก้ไขปัญหา้ได้จริงๆหรือ ?
เขาควบคุมตัวเองยังไม่ได้ และใช้เวลาชีวิตไปกับการนั่งจ่ออยู่หน้าจอ
แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนมาคิดพิจารณาตัวเองครับ
เมื่อเด็กแก้ไม่ได้ ก็ต้องมาดูืที่พ่อแม่บ้าง
จริงอยู่พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรจะเป็นผู้ห้ามปรามลูกด้วยตัวเอง
พ่อแม่ที่ห้ามลูกไม่ได้คือพ่อแม่ที่บกพร่องต่อหน้าที่ มีความผิดแน่นอน
แต่เอาเข้าจริงๆ พ่อแม่ก็ต้องออกไปทำงานหาเงิน ต่อสู้สภาพเศรษฐกิจ
ต้องยอมรับว่า พ่อแม่บ้างคนขาดสามารถในการสั่งสอนอบรมลูกได้อย่างสิ้นเชิง
(ลองนึกถึงเด็กในชนบทที่พ่อแม่ไปใช้แรงงานในกรุงเทพ อยู่บ้านกับตายายอายุ70-80ดูสิครับ)
ดังนั้นเด็กช่วยตัวเองไม่ได้ พ่อแม่บางส่วนก็ช่วยไม่ได้
แล้วใครจะคอยดูแล ถ้าไม่ใช่รัฐ

ดังนั้น ถ้ารัฐจะออกมาควบคุมปัญหาด้วยการริดรอนเสรีภาพ(ซึ่งถ้าจะพูดจริงๆก็ไม่ได้สำคัญอะไรนักหนา)ด้วยการออกกฏมาควบคุมปัญหา
เราๆที่เป็นผู้ใหญ่ก็ควรเปิดใจให้กว้าง มองคนอื่นรอบตัวบ้าง น่าจะเป็นสิ่งที่ดีครับ

ปล. ดูตาสว่างเมื่อวาน อนาถใจกับความเห็นประเภท “ไม่ติดเกมไปติดยากันดีกว่ามั้ย”
คนที่ตอบแบบนี้ มีความบกพร่องทางการใช้เหตุและผล มันไม่พยายามเข้าใจอะไรสักสิ่ง ขวานผ่าซาก และถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มันจะเป็นคนที่ไม่เห็นหัวคนอื่น และไม่เข้าใจอะไรเลยในชีิวิตของมัน

จากคุณ : na_dol – [ 10 ส.ค. 50 09:34:41 ]

ความคิดเห็นที่ 100

อ่า คุณ na_dol คุณเข้าใจที่ผมสื่อมากเลยนะเนี่ยดีจัง

เราอยู่ในประเดนเดียวกันแล้ว เพียงแต่คนละแนวคิดแค่นั้นเอง

ตอนนี้ กฏที่เกี่ยวกับเกมส์คือห้ามเล่นเกินวันละ 3 ชัวโมง
กับ ห้ามเล่นหลัง4ทุ่ม ซื่งผมคิดว่ามันก็เยอะแล้วนะ

สมมุติ ออกกฏใหม่ หักดิบไปเลย ห้ามเด็กตำกว่า18เล่นเกมส์
อย่างที่คุณคิดคือ
กลุ่มที่1 เค้าจะเอาเวลาว่างจากที่เล่นเกมส์ ไปหาสิ่งใหม่ที่ไม่เกิดประโยชน์
เช่นดูหนังฟังเพลงอ่านการ์ตูนเที่ยวเล่น

กลุ่มที่2 ในเวลาว่างไปใช้ประโยชน์ เช่นเล่นกีฬา อ่านหนังสือ

กลุ่มที่3 แง่ร้ายสุดๆ หันไปหาความสุขทางกายหรือยาเสพติด

ตามความคิดของคุณ กลุ่มไหนจะมากสุดครับ แบ่งเป็นกี่%

ตามความเห็นผมนะ กลุ่ม1 75% กลุ่มที่2 15% กลุ่มที่3 10%

ป.ล.ตอบแล้วเดี๋ยวมาต่อครับ

ป.ล.2 เคสเด็กต่างจังหวัดของคุณเป็นเคสอันตรายมากเด็กมีโอกาส
เสียคนมากๆ ถ้ามีอีกปัจจัย1เท่านั้น 100ทั้ง100เสียเด็กแน่
ถือเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับเด็กเลย

จากคุณ : Papiyongpi – [ 10 ส.ค. 50 16:21:17 ]

ความคิดเห็นที่ 101

ในการเสวนาครั้งนี้ ……. ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

จากคุณ : ตวงสิทธิ์ – [ 11 ส.ค. 50 17:18:09 ]

ข้อความนี้ถูกเขียนใน topicstore คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s