
กำกับ Paul McGuigan
แสดง Chris Evans, Dakota Fanning
Summit Entertainment 2009
เรื่องราวของมนุษย์ผู้มีพลังพิเศษที่ถูกตามล่าโดยหน่วย division ของรัฐบาล ที่สืบทอดการทดลองพลังเหนือมนุษย์มาจากเยอรมันสมัยสงครามโลก นิค เป็น mover ก่อนที่พ่อจะถูก division สังหาร ได้สั่งเสียให้นิคช่วยเหลือคนที่มอบดอกไม้ให้ แล้วสิบกว่าปีผ่านไป นิคเจอแคสซี่ watcher ที่มาขอความช่วยเหลือว่า ถ้าไม่ทำอะไร ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะตาย
อ่านต่อ ‘Push’

ไม่สบาย แต่ก็ตะเกียดตะกายไปหาซื้อสาย HDMI เหตุเพราะว่าจะเปลี่ยนเครื่องโปรเจ็คเตอร์ สั่งเครื่องไปแล้ว แต่ว่าเขาเลื่อนส่ง ไม่ซื้อเดี๋ยวจะไม่ได้ติดตั้ง ค้นหาใน google ก็เห็นว่ามีแนะนำมา 2 ร้านที่พันทิพ ชั้น 6 ราคาประมาณหนึ่งพัน ส่วนชั้น 1 ราคาสี่ร้อยกว่า คงไม่ต้องบอกว่าจะเลือกซื้อร้านไหนกัน ซื้อแล้วก็แวะดูแผ่นดีวีดีสักหน่อย หมดแรงไม่ได้ดูอะไรต่ออีก กลับบ้านไปนอนพักแล้ว (ดี ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม)
อ่านต่อ ‘สาย HDMI ยาว 10 เมตร’

ตอนเจ เผือกหิมะก็เปลี่ยนสูตรจากต้นหอมกลายเป็นงาขาวแทน
จะว่าไปแล้ว ได้ยินมาหลายปีแล้วล่ะ เรื่องการต่อว่าต่อขาน หรือกระทั่งเลยไปก่นด่า สำหรับหน้าเทศกาลกินเจ แล้วมีการทำเนื้อสัตว์ปลอมมาให้เป็นทางเลือก (ไม่กินไม่มีใครเขาบังคับ) แน่นอนว่าหลายๆ คนมองเห็นไม่ตรงกัน ปีนี้รู้สึกว่าแรงกว่าปีก่อนๆ เพราะว่าได้ยินคนจัดรายการวิทยุก็ด่า คนรอบข้างก็ด่า เข้าเน็ตก็ด่า ยกเว้นทีวีที่ยังไม่เจอ (ไหนว่าคิดบวกกันไง) ซึ่งผมเห็นว่ามันแปลกมากๆ บางคนสารภาพว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าหงุดหงิดเพราะหากินปกติไม่ค่อยได้ เพราะหลายๆ ร้านเปลี่ยนกลายเป็นเจไป ก็เลยมาเขียนด่าลงเน็ต ว่าเจเขากินกันเพื่อให้ใจบริสุทธิ์ แต่พวกนี้กินแล้วใจไม่บริสุทธิ์ อ้าว… ตัวเองไม่กินแล้วใจมันจะบริสุทธิ์กว่าเขาหรือ?
อ่านต่อ ‘กินเจ กินเนื้อสัตว์ปลอมไม่ถูกต้อง!!’

Gunbuster – aim for the top
กำกับ Hideaki Anno
ออกแบบตัวละคร Haruhiko Mikimoto
แสดง Noriko Hidaka = Noriko Takaya, Rei Sakuma = Kazumi “Onee-sama” Amano, Kazuki Yao = Smith Toren, Maria Kawamura = Jung Freud
OVA 6 ตอน DVD 3 แผ่น
ราคา 250, 250 และ 400 บาท
Gainex 1988 Dex 2551
นับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ที่ทาง Dex สามารถ ออกเรื่องนี้มาโดยไม่มีเซ็นเซอร์ด้วย ถึงแม้ว่าจะมีภาพไม่เหมาะสมกับเยาวชนอยู่บ้าง (เป็นที่ถูกใจของหลายๆ คน) ตัวหนังอาจจะดูเป็นเพียงแค่หนังการ์ตูนหุ่นยนต์ แต่ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะมันผสม Sci-Fi ลง ไปด้วย เกี่ยวกับ Time-Space ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ (ไม่ใช่สัมพันธภาพนะ) ถ้าสิ่งใดเคลื่อนที่เร็วจะทำให้เวลาของวัตถุนั้นช้าลงเมื่อเทียบกับวัตถุที่ เคลื่อนที่ช้ากว่า
เรื่องราวของ ทาคายะ โนริโกะ ที่สูญเสียพ่อ (แล้วแม่ไปไหนนะ?) จากการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตนอกโลก เข้ามาโรงเรียนเพื่อจะเป็นนักบินอวกาศ (ขับหุ่นยนต์) แต่ว่าฝีมือเธอไม่เอาไหน แต่ก็ได้รับแรงผลัดดันจากรุ่นพี่ คาซึมิ (ที่ เป็นนักเรียนดีเด่น ฝีมือขับสุดยอดที่สุดในโรงเรียน) หากแต่ว่าเธอกลับได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในตัวแทนที่จะได้เป็นนักบิน อวกาศ ทำให้เธอต้องแสดงฝีมือให้เป็นที่รับรู้ว่าเธอได้รับเลือกเพราะความสามารถของเธอ (โดยไม่ต้องถามคนอื่นว่า เอ็งไม่รู้หรือว่าพ่อฉันเป็นใคร) ไม่ใช่เป็นเพราะอาศัยบารมีพ่อที่เป็นผู้บังคับยานอวกาศ
การ์ตูน ซูปเปอร์โรบ๊อตเรื่องนี้ไม่ใช่ธรรมดา ไม่เพียงแต่เดินเรื่องตามสายซุปเปอร์โรบ๊อตอย่างที่ควรจะเป็นอย่างไม่มีอะไรบกพร่อง แถมทำได้ดีอีกด้วย รวาทั้งยังสามารถเติมเต็มอารมณ์อื่นๆ อีกด้วย จากการสร้างโลกที่แตกต่างกันระหว่างเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตดูผลิกผันไป ฉากที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างคือ พิธีจบการศึกษาของโนริโกะ ที่มีเพียงโนริโกะ กับรุ่นพี่ที่ไปออกรบด้วยกันเท่านั้น เหตุเพราะเพื่อนคนอื่นๆ ต่างจบกับไปนานหลายปีแล้ว ดูแล้วนึกถึงตอนหนึ่งของ Oh My Goddess ที่เคอิจิพูดถึงการมีอายุยาวนานของเทพธิดาว่า “พวกเธอต่างห่างที่ช่างน่าสงสาร ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง” ใช่ครับ ขณะที่คนอื่นเขาเติบโต (และอาจล้มตายตามอายุไข) แต่พวกโนริโกะยังมีชีวิตอยู่เหมือนหบลายปีที่แล้ว เสมือนว่าพวกเธอถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง
อ่านต่อ ‘Gunbuster’

ขุดเอาขึ้นมาเขียน หลังจากปล่อยให้ห้องนอนรกยิ่งกว่ารังหนู เห็นเล่มนี้เข้า เลยเอามาเขียนสักหน่อย เรื่องนี้มีคนแนะนำว่าเป็นเรื่องราวของคนที่รักหุ่นยนต์ โอ้มันก็น่าจะเป็นพวกรักตลกเบาสมองแห๋งๆ (ดูหน้าปกเล่มสาม อาจจะมีคนคิดว่าเป็นการ์ตูนสยองขวัญ แต่ไม่ใช่นะ) แต่พอได้อ่านดู เรื่องนี้มีอะไรมากกว่ารักเบาสมอง เพราะแทบจะไม่เรื่องเกี่ยวกับความรักแบบโรแมนติกเลย มีแต่รักบ้าๆ บอๆ แต่หากกลับกลายเป็นเรื่อง “ไซไฟ” ที่ใช้ได้ไปเสียนี่ ดังนั้นจึงแนะนำเรื่องนี้ให้ลองอ่านดูสำหรับคนที่ชอบแนว “นิยายวิทยาศาสตร์”
Hokanzono Masaya
Siam Inter Comics
หนังสือการ์ตูน 3 เล่มจบ
แนวไซไฟ
อ่านต่อ ‘ไอ…คือหุ่นคือรัก’

เป็นเกมที่นานๆ จะได้เจอกันสักที เหตุเพราะเกมในยุคนี้ส่วนใหญ่จะย้ายไปเป็นสามมิติ เกมต่อสู้เคลื่อนที่ด้านข้างใกล้เคียงที่เรียกว่า platform game ก็หดหายไป คราวนี้ Muramasa กลับมาบน Wii ได้ยิ่งใหญ่ ด้วยการประยุกต์ใช้ภาพศิลปสมัยโบราณของญี่ปุ่น ทำให้ภาพสวยงาม มีเอกลักษณ์ บางฉากใช้ภาพซ้อนกันถึง 10 ชั้น ทำให้เพิ่มมิติ การเคลื่อนไหวของฉากหลังก็นุ่มนวล
อ่านต่อ ‘Muramasa the demon blade’
ในช่วงแรกๆ ที่ชื้อเจ้า Pentium D มา เสียงดังก็จริง แต่ก็พอไหว แต่ใช้ไปใช้มา ในที่สุดก็ตัดสินใจจากลากันด้วยดี ฝากน้าแมวไปซื้อ Heat sink ใหม่ แถมอุปกรณ์อื่นรวม 4 รายการ โดยไม่ต้องเดินทางไปเอง ไม่เสียค่ารถ (ฮ่าๆๆ) ของมาส่งถึงบ้าน แล้วก็กำนัล HD rip เรื่อง Transformer 2 , Monster VS Aliens และอื่นๆ เป็นการตอบแทน

อ่านต่อ ‘เบื่อคอมเสียงดัง’

ผู้กำกับ Koichi Chigira
ออกแบบตัวละคร Yuriko Chiba
แสดง Takako Matsu = Wataru Mitsuya, Ayako Kawasumi = Mysterious Girl, Chiwa Saito = Miina, Eiji Wentz = Mitsuru Ashikawa, Shirou Itou = Monk Rau, Takako Tokiwa as Cutts, Yo Oizumi = Ki-Kima
ราคา 289 บาท D5 อนามอฟิกไวด์สกรีน เสียง 5.1 ไทย-ญี่ปุ่น บรรยาย ไทย
Gonzo 2006 Orange Flim 2008
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นดัดแปลงจากต้นฉบับนิยายเรื่อง Brave Story โดย Miyuki Miyabe ในคืนหนึ่งวาตารุ เด็กน้อยวัย 10 ขวบ ได้ไปพิสูจน์ความกล้าในตึกร้างที่มีข่าวลือว่ามีผีสิง เขาได้พบเด็กคนหนึ่งใน ชุดพิลึก เมื่อเขาตามเด็กคนนั้นไป ก็พบกับประตูขนาดใหญ่ แต่พอเพื่อนที่ไปด้วยกันมาทัก ประตูนั้นก็หายไป ในตอนเย็นวันรุ่งขึ้นเขาได้ไปที่ตึกร้างนั้นอีก และพบว่าเด็กคนนั้นกำลังถูกซ้อม วาตารุได้รวบรวมความกล้าเท่าที่มี เข้าช่วยเหลือ แต่แล้วเด็กคนนั้นได้เรียกปีศาจออกมาจัดการเด็กเกเรเหล่านั้น เด็กคนนั้นบอกว่าชื่อ มิตซูรุ เขา ได้พูดถึงประตูนั้นว่า เมื่อเห็นประตูนั้น ก็มีโอกาสเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเองได้ วาตารุจึงลองไปที่ประตูนั้น เมื่อเขาก้าวเข้าประตูก็พบกับผู้นำทางบอกว่าที่นี่คือ โลกวิจอน (แปลผิด ความจริงแล้วโลกนี้เรียกว่า Vision) หากวาตารุยอมรับการเป็นนักเดินทาง ต้องออกตามหาลูกแก้วจนครบ 5 ลูกก็จะสามารถพบกับเทพธิดาแห่งโชคชะตา เพื่อขอเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตนเองได้ วาตารุจึงขอเป็นนักเดินทางทันที การเดินทางของเด็กน้อยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
อ่านต่อ ‘BRAVE STORY – อภินิหารเจ้าหนูตะลุยแดนเวทย์’
ได้อ่านการถกเถียงเรื่องเกมในตำนานสองตระกูลใหญ่ Final Fantasy และ Dragon Quest และสะดุดกับข้อความ ต้องการเล่นเกม ไม่ต้องการดูหนัง ที่เขาบอกว่ามาจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องกินทามะ ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า แต่ว่ามันน่าสนใจจะเขียนถึงดูสักหน่อย สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้สนใจวงการวิดีโอเกม ก็คงพอจะเดาได้ว่า ข้อความนี้หมายถึงเกมหลายๆ เกมในปัจจุบัน มักจะมีภาพยนต์แทรกอยู่ระหว่างการเล่น รวมทั้งแากเปิดเรื่อง และฉากจบ แต่หลายๆ คนไม่ต้องการที่จะดูภาพยนต์เหล่านี้ ต้องการเพียงแต่การเล่นเกม การที่ต้องถูกบังคับให้ดูภาพยนต์คั่นแบบนี้มันไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง เลยเป็นที่มาของข้อความนี้

ย้อนกลับไปประวัติวิดีโอเกมสั้นๆ นะครับ เริ่มจากเกม pong ต่อมาเมื่ออุปกรณ์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์เจริญขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไมโครโปรเซสเซอร์ ทำให้เริ่มทำให้สร้างเกมซับซ้อนขึ้น จากโมโนโครม (สีเชิงเดี่ยว) มาเป็นหลายสี เกมที่โด่งดังมากๆ จนมีชื่อจนมาถึงทุกวันนี้อย่าง pacman และก็มีเกม digdug ที่ฮิตกันในหมู่เครื่อง PC เมื่อ IC เริ่มเล็กลงเรื่อยๆ พร้อมกับกินไฟน้อยลง เกมและนาฬิกา game&watch ก็มีให้เราพกพาไปเล่นได้ทุกสถานที่ (ที่มีแสงนะ) แน่นอนว่าเกมพวกนี้ ไม่มีภาพยนต์เปิด/ปิดเรื่อง รวมถึงระหว่างทางด้วย เป็นเกมในอุดมคติที่มีไว้ให้เล่นไม่ใช่ให้ดู แต่เมื่อการเปิดตัวของ famicom ตัวเกมเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น มีฉากไตเติลเปิดเรื่อง ที่ไม่ได้ตั้งใจจะให้คนเล่นเกมดู แต่เอาไว้เปิดเพื่อดึงดูดความสนใจต่างหาก จากตลับมาสู่ซีดี ดีวีดี และในที่สุดก็บลูเรย์ พื้นที่ข้อมูลมหาศาลที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้นักพัฒนาเกมสามารถหยิบอะไรบางอย่างใส่ลงไปเพิ่มขึ้นได้เช่น ภาพยนต์แทรก (cut in movie)
อ่านต่อ ‘ต้องการเล่นเกม ไม่ต้องการดูหนัง’

ความเห็นล่าสุด